Ads

วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558

นัตตี้ นัทธมณ เตรียมเดบิวท์เป็นศิลปินเดี่ยวหญิงที่เกาหลี พร้อมขึ้นโชว์ในงาน ‘The K Festival’

นัตตี้ นัทธมณ เตรียมเดบิวท์เป็นศิลปินหญิงเดี่ยวที่เกาหลี พร้อมขึ้นโชว์ในงาน ‘The K Festival’ ครั้งแรก


นัตตี้ นัทธมณ

นัตตี้ นัทธมณ

‘นัทตี้’ เป็นนักร้องหญิงมากความสามารถที่ครองอันดับ 2 ในรายการ ‘Teen Superstar Audition’ ทางช่อง 9 เมื่อปี 2010 เธอได้เริ่มอัพโหลดคลิปการร้องเพลงคัพเวอร์และการเต้นคัพเวอร์ศิลปินเกาหลีลงใน Socialcam ตั้งแต่ปี 2012 กลายเป็นเน็ตไอดอลยอดนิยมของเมืองไทยที่มีผู้ติดตามในขณะนี้ถึง 2,200,000 คน

นัทตี้เตรียมขึ้นโชว์เดบิวท์ครั้งแรกในเกาหลีในงาน ‘The K Festival’ ที่จะจัดขึ้นที่เมืองอินชอน ในวันที่ 3 ตุลาคมนี้ โดยเธอจะมาโชว์เพลงเดบิวท์ ‘So What’ เพลงแนวอิเล็กทรอนิกส์ที่มีจังหวะเร็ว กับเพลง ‘Hide & Seek’

‘Dream Cinema’ ต้นสังกัดของ ‘นัทตี้’ ที่มีความสามารถโดดเด่นในหลากหลายสาขา ทั้งด้านความบันเทิง และการผลิตละครและภาพยนตร์ไทย กล่าวว่า “เรากำลังร่วมมือเพื่อที่จะสร้างผลลัพธ์ที่มีคุณภาพสูงร่วมกับนักออกแบบท่าเต้น และนักแต่งเพลงชาวเกาหลี โดยจับมือกับเอเจนซี่ภายในประเทศเพื่อการทำกิจกรรมในเกาหลีอย่างประสบความสำเร็จของเธอครับ”

อนึ่ง ในงาน ‘The K Festival’ จะมี ‘เจมส์ จิรายุ’ ดาราที่กำลังโด่งดังในเมืองไทย และทำหน้าที่เป็นพรีเซนเตอร์หลักของรถยนต์ Toyota, 7-Eleven และ AIS เข้าร่วมโชว์การแสดงบนเวทีด้วย

Red – [Hyunah] cover dance by Nutty Nathamon


นัตตี้ นัทธมณ

นัตตี้ นัทธมณ


นัตตี้ นัทธมณ

นัตตี้ นัทธมณ


นัตตี้ นัทธมณ

นัตตี้ นัทธมณ

ข้อมูลจาก

http://www.popcornfor2.com

ข่าวบันเทิงเกาหลี, ข่าวดาราเกาหลี, ซีรีย์เกาหลี, นักร้องเกาหลี, เรื่องย่อซีรีย์เกาหลี,  ข่าวบันเทิงเกาหลี 2014


“คิมฮเยซอง" (Kim Hye Seong) เผย รู้สึกเครียดเหตุผู้คนยังคิดว่าตนอยู่มัธยมปลาย

ล่าสุด นักแสดงหนุ่ม คิมฮเยซอง ได้มาร่วมถ่ายแบบภาพนิ่ง ให้กับนิตยสาร Marie Claireอวดหน้าใสๆวัยละอ่อนให้แฟนๆได้ชมกัน


“คิมฮเยซอง

“คิมฮเยซอง" (Kim Hye Seong)

โดยงานนี้ ทางด้านต้นสังกัดอย่าง Namoo Actors ของคิมฮเยซอง ได้เผยภาพชุดจากการถ่ายแบบดังกล่าวที่ไปถ่ายทำกันที่แม่น้ำฮันออกมาให้ได้ดูกัน

จากบทสัมภาษณ์ที่มาพร้อมกับการถ่ายแบบ คิมฮเยซองได้กล่าวว่า “ผู้คนมักจะยังติดภาพผมจาก High Kickเมื่อ 7-8 ปีก่อน และยังคิดว่าผมนั้นอยู่แค่มัธยมปลาย ซึ่งมันทำให้ผมรู้สึกค่อนข้างเครียด ผมรู้สึกอิจฉาคนอื่นนะที่มีใบหน้าแมนๆที่ดูเด่นสะดุดตา ผมเองก็หวังว่าจะได้มีโปรเจ็คที่ตัวเองสามารถเล่นเป็นตัวเองได้ ในฐานะที่อายุ 27 ปีแล้ว"

คิมฮเยซองกล่าวเสริม “จากที่ได้เรียนเทควอนโดมาตั้งแต่ยังเด็ก ผมมีความรู้สึกในเรื่องของการแข่งขัน ความอดทน และความตั้งใจ ผมอยากจะลองรับบทพวกแอ็คชั่นดูบ้างในอนาคต มันคงจะเป็นการท้าทายทางร่างกายแต่ผมคิดว่าผมน่าจะสนุกไปกับการถ่ายทำนะ"
ข้อมูลจาก


“คิมฮเยซอง

“คิมฮเยซอง" (Kim Hye Seong)


“คิมฮเยซอง

“คิมฮเยซอง" (Kim Hye Seong)

 

http://www.popcornfor2.com

ข่าวบันเทิงเกาหลี, ข่าวดาราเกาหลี, ซีรีย์เกาหลี, นักร้องเกาหลี, เรื่องย่อซีรีย์เกาหลี,  ข่าวบันเทิงเกาหลี 2014


บางระจัน เรื่องย่อบางระจัน

บางระจัน

 

บางระจัน เรื่องย่อบางระจัน

“บางระจัน” เป็นละครโทรทัศน์แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ผลิตโดยบริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
บทประพันธ์โดย ไม้ เมืองเดิม
บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
กำกับการแสดงโดย ภวัต พนังคศิริ
นำแสดงโดย พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ออกอากาศทาง สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3


บางระจัน

บางระจัน

บางระจัน (ละคร) เป็นละครฟอร์มยักษ์แนวแอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์ สร้างโดยบริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด จากเค้าโครงเรื่องของ ไม้ เมืองเดิม บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น กำกับการแสดงโดย ภวัต พนังคศิริ อำนวยการผลิตโดย อรุโณชา ภาณุพันธุ์ นำแสดงโดย พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด และนักแสดงชั้นนำอีกมากมาย บางระจัน (ละครโทรทัศน์) ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ให้ชมเร็วๆ นี้โดยขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงของการถ่ายทำ

 

รายชื่อนักแสดงบางระจัน

พงศกร เมตตาริกานนท์ รับบทเป็น ทัพ
ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด รับบทเป็น แฟง
พศุตม์ บานแย้ม รับบทเป็น ใจ (อองนาย)
ศิรพันธ์ วัฒนจินดา รับบทเป็น สไบ
ฐกฤต ตวันพงค์ รับบทเป็น ขาบ
กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล รับบทเป็น เฟื่อง
ปรมะ อิ่มอโนทัย รับบทเป็น สังข์
สาวิตรี สุทธิชานนท์ รับบทเป็น จวง
ภัทรภณ โตอุ่น รับบทเป็น ฟัก
ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์ รับบทเป็น ดอกรัก
จิรายุ ตันตระกูล รับบทเป็น หมู่เคลิ้ม
วีระกิตต์ วรัตน์ชยุต รับบทเป็น เอิบ
ศรัณย์ แก้วจินดา รับบทเป็น ช่วง
สรพงษ์ ชาตรี รับบทเป็น กำนันพัน
อำภา ภูษิต รับบทเป็น เฟี้ยม
ปวีณา ชารีฟสกุล รับบทเป็น จันทร์
ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา รับบทเป็น
ปริศนา กล่ำพินิจ รับบทเป็น เมียกำนันพัน
สันติสุข พรหมศิริ รับบทเป็น ผู้ใหญ่แสง
รมิดา ประภาสโนบล รับบทเป็น รุ่ง
ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบทเป็น พระเที่ยง
รวิชญ์ เทิดวงส์ รับบทเป็น พระยารัตนาธิเบศร์
วิทยา วสุไกรไพศาล รับบทเป็น พระเจ้าเอกทัศน์
ทองขาว ภัทรโชคชัย รับบทเป็น เสือปิ่น
พัฒนพล มินทะขิน รับบทเป็น ชิด

รายชื่อนักแสดงบางระจัน - ผู้นำค่ายบางระจัน

สมชาย เข็มกลัด รับบทเป็น นายทองเหม็น
ศรุต วิจิตรานนท์ รับบทเป็น นายทองแสงใหญ่
วัชรชัย สุนทรศิริ รับบทเป็น กำนันพันเรือง
วิศรุต หิรัญบุศย์ รับบทเป็น นายจันหนวดเขี้ยว
พศิน เรืองวุฒิ รับบทเป็น ขุนสรรค์กรมการ
ภูริ หิรัญพฤกษ์ รับบทเป็น นายแท่น
ชัยวัฒน์ ทองแสง รับบทเป็น นายอิน
ปัญญาพล เดชสงค์ รับบทเป็น นายโชติ
ศิระ แพทย์รัตน์ รับบทเป็น นายเมือง
ชลัฏ ณ สงขลา รับบทเป็น นายทองแก้ว
สนธยา ชิตมณี รับบทเป็น นายดอกไม้
ชาติชาย งามสรรพ์ รับบทเป็น พระอาจารย์ธรรมโชติ

รายชื่อนักแสดงบางระจัน - กองทัพพม่า

อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล รับบทเป็น พระเจ้ามังระ
นิรุตติ์ ศิริจรรยา รับบทเป็น เนเมียวสีหบดี
สุเชาว์ พงษ์วิไล รับบทเป็น มังมหานรธา
เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ รับบทเป็น สุกี้นายกอง
สุพจน์ จันทร์เจริญ รับบทเป็น อูจี
ทวีฤทธิ์ จุลทรัพย์ รับบทเป็น เจิด (อูยิน)
ทนงศักดิ์ ศุภการ รับบทเป็น จาด (จอกยีโบ)
โฆษวิส ปิยะสกุลแก้ว รับบทเป็น งาจุนหวุ่น
ภุชิสสะ ธนพัฒน์ รับบทเป็น เยกินหวุ่น
พีระ พาณิชย์พงส์ รับบทเป็น แยจออากา
เมธา ชูลาภ รับบทเป็น ติงจาโบ
ปีเตอร์ ไมอ๊อคชิ รับบทเป็น จิกแก
ศรัณยู ประชากริช รับบทเป็น อากาปันคยี
ปราบต์ปฎล สุวรรณบาง รับบทเป็น สุรินทจอข่อง

 

เรื่องย่อบางระจัน

ในปีพุทธศักราช ๒๓๐๑ หลังการผลัดเปลี่ยนแผ่นดินมาสู่รัชสมัยของสมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ หรือสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ (วิทยา วสุไกรไพศาล) ความไม่เด็ดขาดในการปกครองทำให้เหล่าเจ้านายและข้าราชบริพารเกิดการแบ่งพรรคแบ่งพวก เกิดการแข็งข้อของหัวเมืองฝ่ายเหนือ ไม่มีความสามัคคีในหมู่ข้าราชการ ต่างพากันแย่งชิงตำแหน่งหน้าที่ รับสินบน เบียดบังผลประโยชน์ชาติเอาความสุขใส่ตัว ชาวบ้านเดือดร้อน ข้าวยากหมากแพงทุกหัวระแหง พระเจ้าอลองพญามังลองยกทัพพม่ามาตีไทยทางทวาย มะริด ตะราวศรี หวังยึดกรุงศรี ทัพไทยแตกพ่ายถึง 3 กองทัพ เดชะบุญของไทยยังมีพระเสื้อเมืองคุ้มครอง พระเจ้าอลองพญาถูกรางปืนแตก บาดเจ็บสาหัส มังลอราชบุตรจึงรีบยกทัพกลับ

ลางร้ายแห่งความวิปโยคเริ่มขึ้นเมื่อน้ำหลากสีปูนแดงดั่งเลือดไหลจากเหนือลงสู่อยุธยาเป็นที่โจษขาน ก่อนกองทัพพระเจ้ามังระ(อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล) จะยาตราทหารหนึ่งแสนสองหมื่นนายมาแก้แค้นให้พระเจ้าอลองพญามังลอที่สวรรคต ทัพพม่ามีเนเมียวสีหบดี (นิรุตติ์ ศิริจรรยา) เป็นแม่ทัพฝ่ายเหนือ นำทัพมาจากเชียงใหม่ ตีหัวเมืองแตกระเรื่อย จนมาต่อเรือรบที่กำแพงเพชร มังมหานรธา(สุเชาว์ พงษ์วิไล) นำทัพฝ่ายใต้เผาเมืองชุมพร ปะทิว ขึ้นมาถึงปราณบุรีกาญจนบุรี และจัดทัพแยกไปตีเพชรบุรี ราชบุรี

ความเดือดร้อนยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง เมื่อทัพอังวะปล้น ฆ่า ข่มขืน ชิงทรัพย์ของชาวบ้านตลอดรายทางเพื่อมุ่งสู่กรุงศรีอธุยา ที่บ้านคำหยาด แขวงวิเศษไชยชาญ ทหารกรุงศรีเร่งกวาดต้อนชาวบ้านเพื่ออพยพ หนีภัยศึกเข้ากำแพงเมือง เวลาเดียวกับที่ ทัพหรือเจ้าเสือแห่งบ้านคำหยาด (พงศกร เมตตาริกานนท์) ทหารผู้มีฝีมือดาบ ไม่เป็นสองรองใคร ฝ่าทัพอังวะที่ปล้นฆ่า ได้กลับมาก้มกราบแทบเท้าพ่อแม่ หมู่เที่ยง (ธีระพงศ์ เหลียวรักวงศ์) อดีตทหารกล้ากับนางจันทร์ (ปวีณา ชารีฟสกุล) ผู้เป็นแม่ จวง (สาวิตรี สุทธิชานนท์) น้องสาวบอกทัพ เรื่องที่อดีตเพื่อนรัก นายกองสังข์ (ปรมะ อิ่มอโนทัย) และ หมู่ขาบ (ฐกฤต ตวันพงศ์) กำลังเร่งกวาดต้อนครัวไทยไปกรุงศรี

ทัพเห็นอาการป่วยของแม่ไม่ดี ก็ขอประวิงเวลาไปเอายาจากสุพรรณมาให้แม่ แต่สังข์ที่ถืออำนาจบาตรใหญ่หาเรื่องว่าทัพคิดหนีเกณฑ์ ไม่ยอมเป็นทหารสู้ศึก ทัพรู้ดีว่าความบาดหมางครั้งนี้รุนแรง เพราะสังข์อ้างการอพยพเพื่อหวังรวบจวง เป็นเมีย ขณะที่ขาบเองก็แอบรัก เฟื่อง (กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล) คนรักของตน ทัพขอร้องเพื่อน แต่สังข์กลับสั่งทหารเข้ามารุมจับตัวทัพ จนเกิดการต่อสู้ สังข์และขาบแพ้ แต่สังข์ไม่ยอมเสียเชิงให้อายคน ใส่ร้ายว่า ทัพเป็นขบถหนีกองทัพทันที ทัพต้องหนีหลบไปซุ่มซ่อนในป่า เฟื่องที่เฝ้ารอคนรัก ต้องระทมทุกข์เพราะความพลัดพราก ถึงจะรู้ว่าขาบคิดอย่างไร และแม้ขาบจะทำดีให้แค่ไหน เฟื่องก็ไม่อาจแบ่งใจรักคนอื่นนอกจากทัพได้ ใต้ตาล 5 ต้นที่ทัพและเฟื่องให้สัญญาต่อกันว่าหนาวหน้าคงได้ร่วมชีวิตคู่ แต่บัดนี้กลับต้องรอ

เวลาทอดยาวหลังศึกผ่านพ้น ต่างจาก แฟง (ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด) น้องสาวเฟื่องที่แก่นกล้าเกินหญิง แฟงเจ็บใจและตามเอาเรื่องสังข์ ขาบ แทนพี่สาว สังข์กับขาบจึงเร่งเอาทหารจับตัวจวง เฟื่องไป ก่อนย้ายครัวหลบหนี แต่ทัพก็ตามไปช่วยคนรักและน้องสาวมาได้ ยิ่งทำให้สังข์ ขาบเจ็บใจ ประกาศจะตามล่าตัวขบถอย่างทัพมาลงโทษให้จงได้

เวลาเดียวกับที่บ้านสามโก้ อีกด้านแขวงวิเศษไชยชาญ หมู่บ้านของ สไบ (ศิริพันธ์ วัฒนจินดา) ลูกสาว ผู้ใหญ่แสง (สันติสุข พรหมศิริ) กำลังถูก นายกองอูจี (สุพจน์ จันทร์เจริญ) นำทหารเลวทัพอังวะเข้าปล้น สไบกำลังจะถูกข่มเห่ง แต่ ใจ (พศุตม์ บานแย้ม) พรานหนุ่มเข้ามาช่วยไว้พร้อม เจิด (ทวีฤทธิ์ จุลละทรัพย์) พี่ชาย และ จาด (ทนงศักดิ์ ศุภการ) พรานใหญ่ผู้เป็นพ่อ ทั้งหมดต้องอพยพหนีโดยการนำของใจ ระหว่างทางใจได้ ช่วยสไบไว้อีกหลายครั้ง สไบกับใจต่างตาต้องตา ใจต้องใจ แต่ ดอกรัก (ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์ ) ญาติผู้พี่ของสไบที่เหม็นหน้าใจคอยหาเรื่องกีดกัน ไม่ให้ทั้งสองได้อยู่ใกล้ชิดกัน ระหว่างทางอพยพ ดอกรักและใจผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะในการช่วงชิงหัวใจสาวงามอย่างสไบ

ทัพพาทุกคนอพยพหนีมาที่บ้านกระทุ่มด่าน พึ่งเรือนญาติคือ กำนันพัน (สรพงษ์ ชาตรี) อยู่ชั่วคราวก่อนจะรวบรวมพรรคพวกทหารจากทัพที่แตกพ่ายอย่าง หมู่เคลิ้ม (จิรายุ ตันตระกูล) เอิบ (วีระกิตต์ วรัตน์ชยุต) ช่วง (ศรัณย์ แก้วจินดา) และ ฟัก (ภัทรภณ โตอุ่น) พี่ชายของเฟื่องและแฟงอาสาเข้าชุ่มโจมตีตัดกำลังทางเดินทัพของอังวะที่กระทุ่มด่าน กลุ่มของสไบหนีตามมาสมทบกับกลุ่มของเฟื่องและแฟง ทั้งหมดรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่หลบภัยอยู่กับชาวบ้านอีกมากมายที่กำลังหนีภัยข้าศึก

ไทยกอดคอไทย น้ำตาหลั่ง ตายเถิด จะตายเมื่อไหร่ก็ได้ ตายแทนไทย

บ้านใคร ใครก็รัก เมื่อชาติอื่นภาษาใด จะเข้ามาครอบงำ ข่มกันถึงบ้าน

แล้วนิ่งดูดาย ให้หนีไปไหนได้อีกเล่า

ชื่อเสียงของกลุ่มทัพที่หาญกล้าซุ่มโจมตีศัตรูเลื่องลือ จนถึงหูสังข์และขาบ ทั้งสองตามล่าเพื่อนรักมาจนถึงกระทุ่มด่าน และฉวยโอกาสที่เฟิ่องเข้าใจทัพผิด เพราะเห็นทัพกอดแฟงที่เอาแต่ปั้นปึ่งหาเรื่องให้โมโห จนสังข์กับขาบจับตัวเฟื่องและจวงไปจนได้ แฟงเสียใจมากที่เป็นต้นเหตุ แต่คนที่ใจแทบขาด คือทัพเพราะคนรักและน้องสาวตกไปอยู่กำมือของเพื่อนรักเพื่อนแค้น แม้กายห่าง แต่ใจฝากไว้กับนาง ทัพออกตามตัวเฟื่องและจวง แฟงเฝ้าโทษตัวเองที่ทำให้พี่สาวตกระกำลำบาก ถูกพรากจากคนรักและครอบครัวและชายคนรัก ไปจนได้ สไบเตือนให้แฟงเตรียมตัวหนีอีกครั้ง

เมื่อข้าศึกเข้ามาใกล้ แฟงอยากรอพี่สาว แต่ข้าศึกอังวะประชิด กระทุ่มด่าน ขบวนอพยพต้องเคลื่อนออกทันที แฟงใจจะขาดอนๆ เมื่อต้องไกลจากพี่สาวอย่างไม่รู้ชะตากรรม ระหว่างทางที่ตามหาเฟื่อง ทัพเจอกับกลุ่มก๊กโจร เสือปิ่น (ทองขาว ภัทรโชคชัย) ที่อดอยากจนต้องปล้นชิงพี่น้องไทยกันเอง ทัพถูกกักตัวและเกลี้ยกล่อมให้ร่วมเป็นพวกโจร เวลาเดียวกันที่เฟื่องและจวงเข้าใกล้กำแพงกรุงศรีขบวนของสังข์กับขาบต้องหยุดพักรอที่บ้านพรานตามคำสั่งของ คุณพระนายหมื่นศรี ขบวนอพยพของแฟงกับสไบเจอโจรที่บุกเข้าปล้น ฟักกับกลุ่มผู้ชายสู้ตายเพื่อปกป้องชาวบ้าน แฟงคว้าดาบไล่ฟันโจรอย่างห้าวหาญ ปกป้องคนแก่และเด็กๆ ก่อนจะถูกโจรลากตัวหายเข้าป่าลึก ฟักกับกลุ่มผู้ชายออกตามหา แต่ไม่เจอแฟงแม้แต่เงา สไบหลั่งน้ำตา รู้ชะตากรรมเพื่อน ขบวนอพยพต้องเร่งเดินทาง

บัดนี้สามชีวิตต้องแยกห่าง คนรักห่างกันก็ทุกข์เหลือแสนไม่แตกต่างกัน เฟื่องที่ตกอยู่ในกำมือของขาบ ประวิงเวลาให้ขาบไม่คิดหักหาญน้ำใจ รักษาตัวไว้รอชายคนรัก ขณะที่ทัพก็หาทางเอาตัวรอดจากกลุ่มโจรเสือปิ่น แฟงถูกกลุ่มของ นายแท่น (ภูริ หิรัญพฤกษ์) ชาวบ้านศรีบัวทอง แขวงเมืองสิงห์ช่วยไว้ได้ แฟง เห็นความเด็ดเดี่ยวของกลุ่มนายแท่น ที่มี นายโชติ (ปัญญาพล เดชสงค์) นายอิน (ชัยวัฒน์ ทองแสง) นายเมือง (ศิระ แพทย์รัตน์) ซุ่มโจมตีกองทัพอังวะ เลือดหญิงไทยหวงแหนแผ่นดินหลั่งไหลทั่วกาย แฟงยอมสละชีวิต อาสาเป็นหญิงล่อตาล่อใจทหารอังวะมาให้นายแท่นกับพวกฟันจนละเอียด หลายครั้งที่แฟงเกือบไม่รอดเงื้อมือข้าศึกเลวที่จ้องจะย้ำยีศักดิ์ศรีหญิงไทย แต่หัวใจห้าวหาญของแฟงไม่เคยครั่นคร้าม หวาดกลัว

นายดอกไม้ (สนธยา ชิดมณี) บ้านกรับ นายทองแก้ว (ชลัฎ ณ สงขลา) บ้านโพธิ์ทะเล สองผู้นำชาวบ้านมาขอร่วมกับกำลังกลุ่มนายแท่นด้วย แฟงและหญิงชาวบ้านคนอื่นพากันทำอุบายล่อทัพอังวะ มาให้ถูกนักรบไทยฆ่าลงเสียมาก จนกองทัพอังวะส่งทหารมากมายมาล้อมบ้านศรีบัวทอง นายแท่นต้องพาทุกคนหนีตาย แฟงได้แต่อาลัยที่ต้องพลัดพรากจากเฟื่อง พี่สาวและครอบครัวที่รักไกลออกไปทุกที

ขอให้คิดปลื้มไว้ เมื่อตายไปชีวิตหนึ่ง ก็ได้ตายสมศักดิ์ศรีของผู้หญิงไทย ยามศึกมาติดเมือง

ทัพช่วยชีวิตเสือปิ่นไว้ได้จาก ชิด (พัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา) ลูกน้องทรยศ น้ำใจของทัพทำให้เสือปิ่นสำนึกบุญคุณ ปล่อยตัวทัพออกตามหาคนรัก แต่เฟื่องไม่อาจยื้อยุดความปรารถนาล้ำลึกของขาบไว้ได้อีก เฟื่องตกเป็นของขาบ ขณะที่สังข์ใช้กำลังครอบครองกายใจจวง ทัพอังวะเข้าโจมดีขบวนอพยพทหารกรุงศรี สังข์ ขาบสู้ไว้ชื่อไทยแต่ศัตรูมากมายเข้าโอบล้อมไว้ไม่ขาดสาย เฟื่องกับจวงกำลังจะถูกศัตรูรุมข่มเหงในกระท่อม ร่างของทัพบนหลังม้าคู่ใจ อ้ายเลา พุ่งทะยานเข้ามาฟันข้าศึกล้มตาย เลือดนองสังเวยฝืนดินไทย สังข์ ขาบซึ้งในน้ำใจของไอ้ทัพเพื่อนแท้ เมื่อต้องสู้เพื่อรักษาดินทุกก้อนของไทย เพื่อนรักทั้งสามละทิ้งความขุ่นเคืองโกรธแค้นในอดีตลงเสียสิ้น หันหลังชนกันประจันหน้าศัตรู พุ่งเข้าฟันข้าศึกจนยับแตกพ่าย สังข์ ขาบซึ้งแก่ใจว่ายามคับขัน ทุกคนต่างพากันเอาตัวรอด คุณพระนายหมื่นศรีละทิ้งลูกน้องเข้าไปหลบก่อนประตูกรุงศรีจะปิดลง เมื่อไม่อาจเข้าสู่กำบังหลังกำแพงกรุงศรีไว้ได้ดังหวัง แม้ศัตรูกำลังโอบล้อมไว้ แต่เลือดไทยจะไม่ยอมแพ้ ทัพ สังข์ ขาบพาเฟื่อง จวง และขบวนอพยพที่เหลือบ่ายหน้าเพื่อสู้ร่วมกับไทยอีกนับร้อยที่ค่ายบ้านระจัน

คนตายกลางทัพนั้นมีเกียรติ ฝากชื่อไว้ให้ลูกหลานอับอาย

ที่ค่ายบ้านระจัน กลุ่มของสไบมาถึง และเจอกับแฟงที่มาอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ทุกคนดีใจที่ได้พบกันอีกครั้ง กำนันพันเรือง (วัชรชัย สุนทรศิริ) ใช้ค่ายบ้านระจันเป็นที่ประชุมสู้ศึกทัพพม่า มี นายทองเหม็น (สมชาย เข็มกลัด) เป็นผู้ใหญ่บ้าน นายทองแสงใหญ่ (ศรุต วิจิตรานนท์) นายจันหนวดเขี้ยว (วิศรุต หิรัญบุศย์) และหัวหน้าอีก 6 คนที่อพยพมาร่วมเป็นกันเป็นผู้นำอันได้แก่ นายแท่น นายโชติ นายอิน นายเมือง ชาวบ้านศรีบัวทอง นายทองแก้ว บ้านโพธิ์ทะเล นายดอกไม้ ชาวบ้านกรับ และ ขุนสรรค์กรมการ จากเมืองสรรค์บุรี ทุกคนในค่ายมี พระอาจารย์ธรรมโชติ (ชาติชาย งามสรรพ์) เป็นศูนย์กลางยึดเหนี่ยวจิตใจปลุกปลอบขวัญ เครื่องรางป้องกันภัยก่อนออกศึกทุกครั้ง ทุกคนวางแผนให้บ้านระจันคือด่านหน้าปะทะทัพอังวะไม่ให้ล่วงเข้าอุทยานได้

ใครอื่นจะช่วยเราอีกไม่ได้เป็นแท้ นอกจากพวกเราต้องร่วมใจกัน ช่วยกันเอง

เหลือจะทนดูดายให้ข้าศึกข่มเหง

ศึกแรก นายแท่นนำทัพเข้าสู้ และฟาดฟันจนชนะอังวะ เสียงเพลงบ้านระจันปลุกเร้าให้ฮึกเหิมให้ชาวบ้านทุกคนรวมเป็นน้ำหนึ่ง สไบดีใจที่ได้เจอแฟงอีกครั้ง ใจที่ตามดูแลสไบขวางหูขวางตาดอกรักจนพาลหาเรื่อง พวกฟักต้องคอยห้ามปราบ สไบไม่ชอบที่ดอกรักทำตัวเป็นเจ้าของ ดอกรักอ้างเรื่องผู้ใหญ่ยกสไบให้แต่เด็กๆ สไบไม่รับรู้เพราะในใจผูกพันอยู่กับพรานใจไปหมดแล้ว ดอกรักสังเกตเห็นใจชอบเข้านอกออกในส่วนต่างๆ ของค่าย เหมือนคอยสำรวจแล้วก็หายไปบ่อยๆ สไบคิดว่าดอกรักระแวง แต่ไม่มีใครระแคะระคายเลยว่าใจคือสายลับอังวะ ใจหรือ อองนาย ติดตามสืบความเคลื่อนไหวในค่าย แล้วลอบออกไปส่งข่าวให้กับ เจิด หรือ อูยิน พี่ชายศิษย์ร่วมสำนัก โดยมี จาด หรือ จอกยีโบ อาจารย์ค่อยส่งข่าวไปยังแม่ทัพในค่ายที่ปากน้ำพระประสบ

ครั้งหนึ่งใจลอบออกนอกค่าย ขณะที่เจิดกำลังสั่งให้ใจเลิกช่วยเหลือสไบ และเร่งหาข่าวของค่ายบ้านระจัน ดอกรักลอบตามมาเห็นความลับ เจิดคิดฆ่าดอกรัก แต่ใจไม่อยากทำให้ทุกคนสงสัย จึงทำอุบายเป็นโดนทำร้ายพร้อมดอกรัก โชคช่วยที่ดอกรักฟื้นขึ้นมาจำใครไม่ได้ กลายเป็นคนบ้าบอเสียสติ ใจยังคงลอบสืบข่าวด้วยความหวังว่าวันข้างหน้าจะพาสไบคนรักกลับไปอังวะร่วมชีวิตใหม่

ทัพ สังข์ ขาบ เฟื่อง จวง พาชาวบ้านมารวมกันที่ค่ายบ้านระจัน ทัพ สังข์ ขาบได้เป็นกำลังสำคัญให้กับนักรบไทยที่มีเพียงมีดไม้และใจที่ฮึกเหิม แฟงก้มกราบเฟื่องด้วยความเสียใจ เฟื่องไม่ติดใจความผิดพลั้งของน้องสาว แฟงเห็นสายตาทัพที่ยังมองเฟื่องด้วยความอาลัยก็ยิ่งพาลเกลียดสังข์กับขาบ เฟื่องต้องคอยเตือนอารมณ์ชิงชังของเด็กสาว และสอบถามถึงความในใจ แฟงบ่ายเบี่ยงทั้งๆ ที่แอบชอบทัพในความเก่งกล้ามานานแล้ว เฟื่องอ่านใจน้องออก แต่แฟงไม่ยอมรับท่าเดียว เฟื่องเองก็จำต้องเงียบนิ่ง เพราะในใจแล้วก็ยังมีความอาลัยในตัวคนรักเก่าอยู่มาก ขาบมองเห็นสายตาเฟื่องก็รู้ดีว่าทำอย่างไรก็ไม่อาจเข้าไปแทนที่ทัพในใจเฟื่องได้เลย ทัพมองเห็นความห่างเหินเย็นชาของเฟื่องที่มีให้ขาบ ก็ไม่อยากเป็นปัญหาให้เฟื่องพะวักพะวง จึงคอยอยู่ห่างจนเฟื่องน้อยใจ แฟงที่ชังน้ำหน้าพี่เขยอย่างขาบก็คอยมากวนใจ เลียบเคียงถามทัพเรื่องเฟื่อง พอโดนทัพเอ็ดไปหลายครั้ง แฟงก็พาลน้อยใจประสาเด็ก ต่อปากต่อคำ ยั่วเย้าอารมณ์ทัพให้คอยนึกถึงไม่ว่างเว้น ความผูกพันของทัพกับแฟงก่อตัวขึ้นอย่างไม่ทันได้รู้ตัว เจิดแฝงตัวกลับเข้ามาในค่ายเพื่อฆ่าสไบตามคำสั่งของจาด เพราะกลัวว่าความรักของใจที่มีให้สไบจะเป็นปัญหาทำให้ใจละทิ้งหน้าที่สายลับ ใจรู้เรื่องก็ตัดสินใจเป็นเจ้าของกายและใจสไบจนหมดสิ้น และบอกเจิดว่า หากคิดจะฆ่าสไบเมียรัก ก็จงข้ามศพเขาไปเสียก่อน

เอาเลือดพลีให้เมือง ถวายชีพให้แก่เหนือหัว

ชีวิตที่เราเกิดมาในร่มฟ้าแผ่นดินสยาม เลือดเนื้อก็ต้องเป็นของชาติ

เนเหมียวสีหบดีแต่งตั้ง งาจุนหวุ่น (โฆษวิส ปิยสกุลแก้ว) เป็นแม่ทัพมา ตีบ้านระจัน นายเมืองนำทัพออกไปสู้ ทัพ สังข์ และขาบนำพวกไล่ต้อนฆ่าทัพอังวะจนราบ เยกินหวุ่น (ภูชิสสะ ศุภธนพัฒน์) นำทัพมาช่วยก็โดนไล่ต้อนจนพ่ายแพ้ ค่ายบ้านระจันครึกครื้นด้วยเสียงโห่ร้องยินดีแห่งชัยชนะ ชื่อเสียงชาวบ้านคนไทยผู้รวมตัวสู้ดังเลื่องลือ เนเหมียวสีหบดีไม่ยอมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ส่ง ติงจาโบ (เมธา ชูลาภ) และ สุรินจอข่อง (ปราบปฎล สุวรรณบาง) มาตีอีก แต่ก็พ่ายอย่างไร้ท่า สุรินจอข่องตายกลางสนามรบ ยิ่งสร้างขวัญและกำลังใจให้คนไทยผู้รักและหวงแหนแผ่นดิน

หญ้าบางระจัน ไม่ใช่สำหรับช้างศึกหรือม้าพม่ามากิน

ในยามพักรบ ชาวค่ายรวมกันฝึกปรือฝีมือดาบและอาวุธ ทัพเองเป็นผู้นำฝึกอาวุธ สังข์หยอดล้อจวงเฟื่องเองก็คอยดูแลขาบที่บาดเจ็บจากรบ ทัพมองเห็นรอยยิ้มของเพื่อนและคนรักเก่าก็เกิดเหว่ว้าในใจ แฟงยังตะบึงตะบอนคิดว่าทัพมองเฟื่องด้วยสายตาอาวรณ์ เลยพูดจาประชดจนทัพหันมาเห็นแฟงที่เป็นสาวรุ่นไม่ใช่เด็กเมื่อวานซืนคนเดิม แฟงหนีหน้าทัพเพราะแง่งอน แต่ทัพเฝ้าออดให้แฟงรอกินข้าวด้วยยามกลับจากสนามรบ แฟงกับทัพกำลังจะเข้าใจ แต่ด้วยพลั้งปากไป แฟงพูดเรื่องเฟื่อง ทัพโกรธที่แฟงไม่เชื่อคำรักที่เขาบอกโต้เถียงกัน แฟงด่าว่าจนทัพต้องดึงเด็กสาวเข้ามาจูบ ยิ่งทำให้แฟงโกรธว่าทัพดูถูกน้ำใจ สองคนที่ควรจะรักกันให้เป็นสีสันของค่าย กลายเป็นคู่ปรับขวางกันไปทุกเรื่อง

ใจหรืออองนายรู้ดีว่าเนเหมีอยวสีหบดีกำลังแต่งนายกองยกทหารร่วมพันมาทำลายค่ายบ้านระจัน ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างของชาวบ้านที่จะตั้งตัวต่อสู้ขวางทางเดินสู่กรุงศรี ดอกรักฟื้นขึ้นพูดจารู้เรื่อง เจิดฆ่าดอกรักปิดปากทันทีสไบเสียใจมาก ทัพไม่เชื่อว่าดอกรักตายเอง แต่ก็ยังเก็บความสงสัยไว้เพื่อหาคนลงมือตัวจริง ใจกังวลเรื่องที่ค่ายบ้านระจันอาจจะแตกพ่าย จึงเลียบเคียงชวนสไบหนี แต่สไบยืนยันจะขอตายที่ค่ายร่วมกับพี่น้องทุกคน ใจเริ่มห่วงระหว่างหน้าที่กับชีวิตคนรัก แยจออากา (กวินพนธ์ พาณิชย์พงส์) นายทัพเรือถูกส่งมารบ แต่ถูกนักรบบ้านระจันตีแตกพ่าย จิกแก (ปีเตอร์ ไมอ๊อคซิ) ปลัดเมืองทวาย อาสาเป็นนายกองมารบ ทัพเป็นกองหน้าและวางกลศึกไว้รัดกุม แต่ใจที่ลอบส่งข่าวทำให้จิกแกเกือบเอาชนะทัพได้ สังข์ ขาบเข้ามาช่วยทัน ทัพเริ่มสงสัยว่ากลศึกเริ่มแพร่งพรายออกไปจากใครสักคนในค่าย

สถานการณ์ในค่ายบ้านระจันเริ่มระส่ำระส่าย เมื่อคนอพยพเข้ามามากและสเบียงน้อยลง ทั้งหมด เพราะใจวางแผนให้ทหารอังวะปล่อยข่าวซื้อสเบียงด้วยทองคำ เสบียงในค่ายถูกคนโลภเห็นแก่ตัวขโมยไปขายแก่ทหารอังวะ พอค่ายจับได้ก็ลงโทษหนัก ใจเปลี่ยนแผนยุแหย่ให้สังข์กับขาบแตกสามัคคี ทัพเพ่งสายตามองใจ แต่ใจคลายข้อสงสัยด้วยอาสาออกรบในศึกที่ อากาปันญี (ศรัณยู ประชากริช) เป็นนายกอง ทัพเห็นใจฟันทหารอังวะล้มตายหลายคน แต่ใจก็พลาดเมื่ออากาปันญีจะแทง แต่ทัพเข้าขวางและเด็ดหัวอากาปันญีให้ใจรอด ศึกนี้ เฟื่อง แฟง สไบ นำผู้หญิงห่มตะเบ่งมานจับดาบลุกขึ้นสู้เคียงบ่ากับทัพและเหล่าชาย นักรบระจันสู้ศึกด้วยกตัญญูชาติ จนอังวะต้องยกทัพกลับไปอย่างคนแพ้

เลือดตลอดตัวนี้ จะขอหลั่งทาดิน ฝากธรณีไว้บูชาชาติที่อาศัย แผ่นดินได้สุข

ใจเห็นความสามัคคี เสียสละได้กระทั่งชีวิตของชาวค่ายระจันก็ใจเริ่มเอนเอียง กังวลว่าถ้าสไบรู้คามเป็นเรื่องสายลับ เค้าคงต้องสูญเสียสไบไปชั่วชีวิต แฟงกับทัพได้ใช้เวลาแห่งรักเพียงไม่นาน เพราะทัพต้องออกไปลาดตระเวนทำลายคาราวานเสบียงของพม่า แฟงขอสัญญาเพียงทัพกลับมากินข้าวรสมือนาง คืนหนึ่งทัพออกไปกลางดึก แฟงรอจนเช้าทัพยังไม่กลับ แฟงร้อนใจจับดาบออกตามเพราะกลัวทัพเป็นอันตราย แต่ทัพหลงไปในดงศัตรู แฟงลอบปลอมเป็นพม่า จับดาบไปช่วยทัพออกมา ทัพมองไม่ชัดเกือบทำลายแฟงด้วยเข้าใจผิด ใจเห็นก็ลอบช่วยทัพกับแฟงออกไป ทัพสั่งขังแฟงไว้ แฟงอาละวาดจนเฟื่องอ่อนใจมาช่วยแก้มัด ทัพกลับจากลาดตระเวนไม่เห็นแฟงก็ออกตามหาแทบคลั่ง จนมาเจอแฟงที่ถูกงูกัดเกือบเอาชีวิตไม่รอด ทัพทั้งเคืองทั้งโกรธแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะปากฉอเลาะของแฟง จึงได้แต่วนเวียนลงโทษด้วยจูบอ่อนหวาน

เฟื่องที่รู้แน่แกใจว่าหัวใจของทัพมีแฟงครอบครองแทนที่ตนไปแล้ว ก็พูดกับทัพให้แต่งงานกับแฟงเสีย ทัพดีใจมาก แฟงยังตั้งแง่แต่ทัพรวบรัดสู่ขอแฟง แล้วจัดงานให้ได้ครึกครื้นมีรอยยิ้มไปทั้งค่าย หลังเวลาแห่งสุข ทุกคนเตรียมป้องกันค่ายแข็งขัน แต่ไม่ทันกับสุกี้นายกอง (เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์) ที่ใช้ปืนใหญ่ยิงทำลายค่าย ชาวค่ายล้มตายยิ่งกว่าใบไม้ร่วงเพราะมีเพียงปืน มีด ไม้

ชาวระจันต่างสะอื้นตะโกนเพราะความรักบ้านเกิด

หากจะตายเสียแล้ว จะจดจารึกโคนไม้ จะสลักหินและพื้นกระเบื้อง

ฝากธรณีแม่ระจัน ฝังไว้ให้คนอยู่

มันร้องไห้ถึงนักรบค่ายระจัน ตลอดไปชั่วลูกหลาน

ทัพอาสาเป็นทหารเสือระจัน ควบม้าฝ่าข้าศึกมากรุงศรีเพื่อขอปืนใหญ่ เจิดได้ข่าวก็ควบม้าตามหวังเด็ดหัวทัพ แต่ใจตามมาขวางไว้ ทัพรอดผ่านทัพพม่ามาได้หลายครั้ง โดยไม่รู้ว่าใจคือคนที่ลอบช่วยเหลือมาตลอดทาง เพราะสำนึกว่าทัพเองก็เคยช่วยชีวิตตนไว้ เมื่อมาถึงกรุงศรีทัพได้มาเจอความขัดแย้งของเหล่าเสนาบดีที่รักตัวกลัวตายไม่ยอมให้ปืนใหญ่กับชาวค่ายบ้านระจัน เพราะกลัวว่าชาวบ้านจะแพ้แล้วถูกทัพอังวะ ยึดปืนย้อนกลับมายิงพระนคร ทัพกลับมาพร้อมข่าวเศร้า แฟงที่กำลังท้องได้แต่ปลุกปลอบใจสามี

ใจลอบไปส่งข่าวนอกค่าย แต่เฟื่องกับขาบสังเกตเห็น ขาบไม่แน่ใจ ปรึกษาเรื่องที่ทัพสงสัยว่าใครกันที่เอากลศึกไปขยายแก่ศัตรู เฟื่องบอกข้อสงสัยกับสไบอย่างระวัง เพราะรู้ว่าสไบรักอยู่กับใจ สไบเองก็รู้สึกถึงความผิดปกติของใจกับเจิดที่หายตัวไปจากค่ายด้วยข้ออ้างต่างๆ สไบแกล้งวางแผนปล่อยข่าวเรื่อง ทัพกำลังจะพาสังข์ ขาบบุกลุยกันเพียงสามคนให้ถึงใจกลางทัพอังวะ หวังตัดหัวแม่ทัพใหญ่ ใจตกหลุมที่สไบวางไว้ เอากำลังทหารอังวะมาตั้งรอ แต่พอเห็นร่างสไบที่ยืนน้ำตานองหน้า ชายหนุ่มใจหล่นวูบ ประจักษ์แล้วว่าสไบรู้ความจริงทั้งหมด สไบด่าว่าขับไสใจให้กลับไปค่ายอังวะ อย่าได้มาให้เจอกันอีกเลย เพราะคราหน้าดาบในมือเธอจะฟันลงบนอกที่ซ่อนหัวใจยอกย้อนหลอกลวงไว้ ใจขอร้องสไบให้หนีไปด้วยกันเพราะค่ายบ้านระจันกำลังจะแตก สุกี้นายกองเตรียมการณ์หักค่ายไว้ทั้งหมดแล้ว สไบด่าว่าใจและยืนยันว่าจะขอตายที่ค่ายบ้านระจันเสียดีกว่าจะต้องไปยืนมีลมหายใจบนแผ่นดินอังวะ ใจกอดคนรัก สไบเอ่ยลาทั้งน้ำตา หากว่าต้องเป็นศัตรูก็ขอให้สิ้นสุดแค่ชาตินี้ คืนสุดท้ายของสองคนรักต่างเชื้อชาติ ปวดร้าว โหยไห้ จนรุ่งตะวันขึ้นใจเห็นเพียงผ้าสไบที่ทิ้งคนรักไว้ต่างหน้า

แฟงตั้งท้อง เฟื่องรู้ก็เอ่ยเตือน แต่แฟงไม่อยากให้ทัพห่วงหน้าพะวงหลังเลยไม่ยอมบอกผัวรัก จนวันหนึ่งแฟงเป็นลมไป ทัพร้อนใจว่าแฟงป่วย แต่พอรู้จากปากเมียว่ากำลังจะมีบุตรน้อย ทัพคิดถึงอนาคตของลูกและเมีย จึงปรึกษาสังข์ขอให้ทำอุบายพาแฟงและลูกน้อยไปให้พ้นค่ายบ้านระจัน ระหว่างทางไปหาญาติที่นครสวรรค์ แฟงฉุกใจ บังคับถามจนสังข์ต้องบอกความจริง แฟงควบม้าฝ่าศัตรูกลับมา เวลาเดียวกับที่ทัพออกไปลอบปล้นเสบียงตัดกำลังอังวะ ทันทีที่กลับค่ายพอเห็นหน้าแฟง ทัพโผกอดเมียรัก แฟงน้ำตานองหน้า น้อยใจ ผลักไสไปให้พ้นๆ หากชาตินี้คิดจะปล่อยให้เธออยู่กับลูกอย่างไร้เขา ชีวิตแฟงที่เหลือก็หามีค่าพอจะมีลมหายใจ ทัพซึ้งใจ แฟงบอกว่าหากจะตาย ขอตายไปพร้อมหน้า พ่อแม่ลูก เพื่อจะได้อยู่ร่วมกันบนสวรรค์

สุกี้นายกองสั่งไหร่พลขุดอุโมงค์ลอบเข้าค่าย และยิงปืนใหญ่ใส่จนชาวบ้านล้มตาย นายทองเหม็นขี่นังเผือกควงขวานออกมาไล่่ฆ่าฟันศัตรูที่ล้อมค่าย แต่ไพร่พลอังวะมากมายมหาศาลรุมฟันจนนายทองเหม็นถึงแก่ความตายลงพร้อมนังเผือก ชาวค่ายเสียกำลังใจ บางคนเริ่มหนีเอาตัวรอด แต่พวกทัพทุกคนตั้งสัตย์สาบาน ยอมตายร่วมกัน

ใจแอบทำลายกระสุนปืนใหญ่ แต่เจิดจับได้ ใจถูกจอกยีโบลงโทษอย่างหนัก แต่ก็ยังไม่สิ้นความพยายามที่จะช่วยให้คนค่ายระจันได้รอดชีวิตบ้าง ใจถูกสั่งขัง ทัพอังวะรุกหนัก ขุนสรรค์ (พศิน เรืองวุฒิ) กับนายจันหนวดเขี้ยวสู้จนตัวตาย พระยารัตนาธิเบศร์จากเมืองหลวงมาถึงค่ายบางระจันเพราะรู้กิตติศัพท์ความกล้า ขอให้ชาวบ้านเอาทองมาหล่อปืน ทุกคนมีความหวัง แต่ก็สิ้นสูญเมื่อปืนแตกใช้การไม่ได้

วันจันทร์ 2 ค่ำ ข้างแรม เดือน 8 ปีจอ พ่อค่ายกำนันพันเรือง ทองแสง ปลุกใจชายหญิงชาวค่ายให้สู้ทัพ แฟง เฟื่อง ขาบ สังข์ จวง ชาวค่ายทุกคนขอบูชาชีวิตให้ชาติ พระอาจารย์ธรรมโชติประสิทธิ์ประสาทวิทยาคมอาคมบำรุงขวัญ

เสียงโห่สามลาดังครบกึกก้อง เหมือนเป็นสัญญาณ

ลาก่อนค่ายระจันและเมืองสยามที่เกิด ลาสองนี้เป็นเกียรติเป็นศักดิ์ของทหารเองที่ต้องรักษาไว้

ใครอื่นจะแย่งศักดิ์นี้ไปจากตัวมิได้ ถึงตายแล้ว ศักดิ์ชายยังหอมหวน

ติดโลก ติดปากคนอยู่หลัง

สุกี้นายกองสั่งยิงปืนใหญ่ถล่มค่าย ชาวค่ายระจันชายหญิงถือดาบสองมือตะลุยเข้าต่อสู้ ยอมสละชีพเอากายเป็นโล่กำบัง เอาเลือดทาแผ่นดินไม่ให้ศัตรูฝ่าไปได้ กองศพชาวบ้านทับถม แต่ไม่มีใครถอย สังข์กับจวงจับดาบคู่สู้จนลมหายใจสุดท้ายก่อนจะตายเคียงกันที่กลางสนามรบ ใจหรืออองนายในชุดทหารอังวะฝ่าไพร่พลเข้ามา ช้อนร่างสไบที่เลือดเต็มร่างไว้แนบอก สไบยิ้มเอ่ยลาคนรักและขอพบกันอีกครั้งในชาติหน้า ใจสวมกอดร่างสไบไว้ทั้งน้ำตาและหัวใจแหลกสลาย เพราะไม่อาจช่วยคนรักได้ทัน ทัพมาเห็นภาพใจในชุดทหารอังวะ ความผิดหวังแล่นไปทั้งร่างใจขอตายด้วยคมดาบทัพ ทัพท้าให้ใจสู้อย่างชาติทหาร ใจกับทัพประดาบใส่กันไม่ยั้ง ทัพมีชัยเอาดาบจ่อคอใจ และเอ่ยให้ใจตัดสินความผิดตัวเอง ใจไม่ทันกดดาบลงที่คอตัวเอง จอกยีโบผู้เป็นครูยิงปืนกระสุนเจาะร่างศิษย์รัก ใจทรุดตายลงเคียงร่างสไบ หวังว่าชาติหน้าจะไม่มีสิ่งใดขวางกั้นรักนี้ได้อีก

เฟื่องกับขาบสู้ทหารอังวะที่หลั่งไหลยิ่งกว่าสายน้ำ เอาร่างรับคมดาบแทนกันจนล้มทรุด ขาบยอมรับคมดาบสุดท้ายแทนเฟื่องจนสิ้นใจตาย เฟื่องกอดขาบไว้กระซิบคำรักที่ขาบไม่ทันได้ยิน ก่อนตายเคียงคู่ด้วยรอยยิ้มที่ได้สละชีพนี้รักษาชาติ

ทัพกับแฟงสู้จนเลือดหยดหยาดสุดท้าย มือกำดาบมั่น กายมีแผลยับไปทั้งตัว สู้ศึกพลีชีวิต ใจยังโลดลำพอง สาบานว่าจะขอยืนกอดคอกันทั้งชาตินี้ชาติหน้าไม่ห่าง จะกอดกันอยู่ร่วมทุกข์เมืองทั้งสวรรค์และนรก ปลงใจบูชาชีวิตให้แค่ชาติ ขอฝากนามไว้กับอนุชนสยามที่จะเกิดมาภายหลัง

หมู่ศัตรกรูเข้ามาท่สมกลางฟ้าสีหม่นมัวปกคลุม วังเวงใจไปทั้งค่ายที่ร่างชาวระจันทับถม เลือดนองยิ่งกว่าสายน้ำเชี่ยว ทัพและแฟงพนมมือรำลึกคุณชาติ ไหว้ลาแผ่นดินสยามที่จะกลบหน้าแต่มื้อนี้ อธิษฐานขออำนาจเทพยดาฟ้าดินคุ้มครองชาติ พระศรีสรรเพชรดาญาณที่ศักดิ์สิทธิ์ คุ้มศรีอยุธยาตลอดกว่าฟ้าจะล่ม เมื่อสิ้นคำอธิษฐาน ทัพทิ้งร่างโชกเลือดลงในอกแฟงเมียรัก สองสามีหนุ่มสาวผู้กล้ากอดกันสิ้นลมหายใจไปกับความภูมิใจที่มอบชีวิตและหัวใจไว้เพื่อแผ่นดิน

กิตติศัพท์ชางบ้านระจันที่มีเพียงมีด ไม้ มือเปล่า และหัวใจแกล้วกล้า รักบ้านเกิดเมืองนอน มีใจเจ็บร้อนแทนชาติและเพื่อนร่วมเมือง สู้ศึก สละชีพ กลายเป็นความภาคภูมิ ขนาดแม่ทัพใหญ่พม่ายังเอ่ยสดุดี

ขอให้คนในชาติจดจำวีรกรรมเยี่ยงนี้เป็นตัวอย่าง ตราบจนวันหน้าอย่ารู้ลืม…


บางระจัน

บางระจัน


บางระจัน

บางระจัน


บางระจัน

บางระจัน

 

 

คลิปตัวอย่างบางระจัน, บางระจัน, บางระจัน เต้ย, บางระจัน วาวา, บางระจัน เต้ย วาวา, บางระจันย้อนหลัง, ละคร บางระจัน, เรื่องย่อบางระจัน, ละครบางระจัน, บางระจันย้อนหลัง

 

คลิปย้อนหลังบางระจันทุกตอน

 


FastStone Photo Resizer 3.2

DOWNLOAD NOW

“คิมคิบอม” (Kim Ki Bum) สมาชิก Super Junior กลับมาแล้ว!!

 


"คิมคิบอม" (Kim Ki Bum) สมาชิก Super Junior

“คิมคิบอม” (Kim Ki Bum) สมาชิก Super Junior

“คิมคิบอม” จาก Super Junior หลังจากห่างไปจากโลกสังคมออนไลน์อยู่พักใหญ่ แต่ดูเหมือนว่าในที่สุดเขาก็กลับมาแล้ว!

ส่วนใหญ่แล้วแฟน ๆ จะได้เห็นเขาจาก SNS ของ “ฮีชอล” เพื่อนร่วมวง หรือตามละครและกิจกรรมที่เขาไปร่วมงาน ล่าสุดเขาก็ได้ออกทวิตข้อความให้แฟนคลับได้หายคิดถึงกันแล้ว

นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีตั้งแต่ทวิตข้อความสุดท้ายของเขาและดูเหมือนว่าทวีตนี้ของเขาจะเป็นการบอกกับแฟน ๆ ว่าเขาอาจจะกลับมาเล่น SNS แล้ว


"คิมคิบอม" (Kim Ki Bum) สมาชิก Super Junior

“คิมคิบอม” (Kim Ki Bum) สมาชิก Super Junior

 


ซี๊ด ! ค่ายเกมจีน ส่งสาวกึ่งเปลือยขายเกม

ซี๊ดเลย ! ค่ายเกมที่จีน ส่งสาวกึ่งเปลือย มีแค่ผ้าขนหนูมาขาย แนะนำเกมของค่ายพี่จีนเค้า กลายเป็นที่ฮือฮาอย่างมากเลย ลองมาดูคลิปขายเกมจากสาวคนนี้กันเลยดีกว่า


YouTube Preview Image

คลิป ค่ายเกมจีน ส่งสาวกึ่งเปลือยขายเกม
ค่ายเกมจีน ส่งสาวกึ่งเปลือยขายเกม

ค่ายเกมจีน ส่งสาวกึ่งเปลือยขายเกม


ลือ!! YG เตรียมเดบิวท์เกิร์ลกรุ๊ปในรอบ 5 ปี พ.ย. นี้

หลังการเปิดตัวของ 2NE1 ในปี 2009 YG Entertainment ก็พร้อมที่จะเดบิวท์เกิร์ลกรุ๊ปกลุ่มใหม่แล้วในเดือนพฤศจิกายนนี้


 Kim Ji Soo , Jennie Kim

Kim Ji Soo , Jennie Kim

วันนี้ (16 ตุลาคม) Star News รายงานว่า YG Entertainment กำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการเตรียมความพร้อมสำหรับการเดบิวท์นักร้องใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ข่าวรายงานว่าพวกเธออัดเพลงเสร็จแล้วและกำลังเตรียมตัวถ่ายมิวสิควิดิโออยู่

แหล่งที่มาเสิรมว่า พวกเขาอัดเพลงเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่ยืนยันว่าจะปล่อยเป็นซิงเกิ้ลหรืออัลบั้มเต็ม นอกจากนี้ก็ยังไม่ได้คอนเฟิร์มเรื่องจำนวนสมาชิกอีกด้วย และพวกเขาก็มีโอกาสที่จะเดบิวท์ในเดือนพฤศจิกายนหรือภายในปีนี้แน่นอน ซึ่งยังมีอีก 1 ข่าวลือว่า โปรดิวเซอร์หลักของเกิร์ลกรุ๊ปนี้ก็คือ G-Dragon รุ่นพี่ร่วมค่ายจาก BigBang นั่นเอง

ตอนนี้ก็ได้มีการนำเอาภาพของเด็กฝึกในค่ายมาวิเคราะห์กันแล้วว่าใครจะเป็นศิลปินเบอร์ใหม่ของค่ายคาดว่าจะเป็น Kim Ji Soo , Jennie Kim และ 1 ในสาวๆกลุ่มนี้ก็มีสาวไทยอย่าง อลิส อยู่ด้วย

อย่างไรก็ตาม YG Entertainment ยังไม่ออกมาแถลงการณ์ใดๆเกี่ยวกับข่าวลือนี้


วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2558

แห่ประมูลมือถือพร้อม Flappy Bird สนั่นอีเบย์

แห่ประมูลมือถือพร้อม Flappy Bird สนั่นอีเบย์ หน้าแรก > ข่าวเกมส์ >

แห่ประมูลมือถือพร้อม Flappy Bird สนั่นอีเบย์

ของหายาก! แห่ประมูลมือถือพร้อมเกม Flappy Bird ที่ถูกลบออกจากสโตร์ไปแล้ว พบราคาสูงลิ่วถึง 3 ล้าน

ประมูลมือถือ

ประมูลมือถือ

ดง เหงียน หนุ่มเวียดนามผู้พัฒนาเกมเจ้านกปากเบิน ตัดสินใจถอดแอพพลิเคชั่นนี้ออกจากสโตร์ ทั้ง แอพสโตร์ ของแอปเปิล และเพลย์สโตร์ ของแอนดรอยด์ ออกไปแล้ว เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลที่ว่า รับความดังไม่ไหว อยากใช้ชีวิตสงบๆ “ขออยู่อย่างสงบเหมือนคนธรรมดาบ้างได้ไหม" ดง เหงียน โพสต์ในทวิตเตอร์ หลังจากที่ตัวเขาถูกนักข่าวขอรุมสัมภาษณ์เกี่ยวกับความดังของเกม ซึ่งมาจากกระแสปากต่อปาก

อย่างไรก็ตาม แม้จะถอนออกไปจนผู้ใช้บริการไม่สามารถดาวน์โหลดได้อีกต่อไปแล้ว เขาก็ประกาศไม่ขายเกมนี้ต่อให้นักพัฒนาหรือบริษัทใดทั้งสิ้น รวมทั้งเขายืนยันไม่ทิ้งงานพัฒนาเกมที่รัก

ไม่รู้ว่าด้วยกระแส หรือ เกมนี้สนุกมากๆ ปรากฏว่า หลังจากที่เกมถูกถอดออกจากสโตร์ ความปั่นป่วนได้ส่งผ่านไปยัง “อีเบย์” เว็บไซต์ประมูลออนไลน์ ที่มีผู้โพสต์ขายโทรศัพท์มือถือที่ดาวน์โหลดเกมนี้ไว้ด้วย

ประมูลมือถือพร้อม Flappy Bird

ประมูลมือถือพร้อม Flappy Bird

ประมูลมือถือพร้อม Flappy Bird

ประมูลมือถือพร้อม Flappy Birdประมูลมือถือพร้อม Flappy Bird

ซึ่งมีหลายยี่ห้อ หลายรุ่น ให้เลือกสรร เครื่องใหม่เริ่มต้นที่ 900 เหรียญสหรัฐ ส่วนมือสองราคาเริ่มต้นที่ 500-600 เหรียญสหรัฐ แล้วแต่สภาพ

นอกจากนี้ บางคนยังเลือกเปิดประมูลมือถือพร้อมเกมฮิตนี้ เช่น ไอโฟน 5เอส สีดำ ขนาด 16 กิกะไบต์ เครือข่าย ทีทีแอนด์ที ล่าสุดยอดประมูลสูงลิ่วกว่า 3 ล้านบาท ขณะที่รุ่นอื่นยอดประมูลก็ไม่ต่ำกว่าล้านบาทเช่นกัน

แต่ที่น่าตื่นตะลึงกว่านั้น คือ มีบางรายนำเครื่องมือถือที่ติดตั้งเกมนี้ มาเปิดประมูลขายด้วยราคาเปิดถึง 1 ล้านปอนด์ หรือมากกว่า 53 ล้านบาท แน่นอนผู้นำออกประมูลไม่ได้คาดหวังอะไรมากหรอก เพราะเขาได้โพสต์รายละเอียดไว้ว่า “This is a crazy price for a crazy game”

ดง เหงียน หนุ่มเวียดนามผู้พัฒนาเกม Flappy Bird

ดง เหงียน หนุ่มเวียดนามผู้พัฒนาเกม Flappy Bird

ข่าวเกมส์ที่เกี่ยวข้อง

 

ที่มา  posttoday

Park Bom วง 2NE1 เผยให้ฟังว่าเธอตัดสินจากอะไรบ้าง เวลาที่เธอมองผู้ชาย!

Park Bom (ปาร์คบอม) สาวเสียงทรงพลังจากวง 2NE1 (ทูเอนี่วัน) ได้มาพูดให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องผู้ชายในอุดมคติของเธอ!


Park Bom (ปาร์คบอม)

Park Bom (ปาร์คบอม)

ในรายการ 'Entertainment Relay’ ช่อง KBS 2TV เมื่อไม่นานมานี้ สาว Park Bom ได้ถูกถามถึงเรื่องผู้ชายในอุดมคติของเธอ และเธอเผยให้ฟังว่าผู้ชายในอุดมคติของเธอนั้นจะต้อง 'สูง’ และบอกเพิ่มเติมอีกว่า “เขาควรจะเป็นคนที่ทำอย่างสุดความสามารถกับงานของเขาและทำมันได้ดี ฉันชอบคนที่หน้าตาดี ฉันไม่ใช่คนที่จะไม่มองเรื่องหน้าตา"

จากนั้นเธอก็อธิบายเพิ่มเติมว่า “แต่หน้าตาของเขาไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดอันดับแรก ถ้าหากฉันคิดถึงมันเป็นอันดับแรก มันคงจะเป็นเรื่องยาก"

แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องปกติที่คุณอยากจะมีคู่รักที่ดูหล่อดูสวย ว่าแต่เหล่าบรรดาแฟนบอยของ Park Bom พอจะเข้าสเป๊กของเธอกันบ้างไหม!?


Park Bom (ปาร์คบอม)

Park Bom (ปาร์คบอม)


ฉาวไม่หยุด! CafeThai ไม่หยุดพ่นพิษ Special Force / A.V.A ตกเป็นแพะรับบาปเต็มๆ

ฉาวไม่หยุด! CafeThai ไม่หยุดพ่นพิษ Special Force / A.V.A ตกเป็นแพะรับบาปเต็มๆ หน้าแรก > ข่าวเกมส์ >

ฉาวไม่หยุด! CafeThai ไม่หยุดพ่นพิษ Special Force / A.V.A ตกเป็นแพะรับบาปเต็มๆ

ฉาวไม่หยุด! CafeThai ไม่หยุดพ่นพิษ Special Force / A.V.A ตกเป็นแพะรับบาปเต็มๆ

 CafeThai ไม่หยุดพ่นพิษ Special Force / A.V.A

เรื่องเก่ายังไม่ทันจบ จู่ๆ ก็มีเรื่องใหม่เพิ่มเข้ามาให้บรรดาเจ้าของร้านเกมร้านเน็ตต้องเอามือกุมขมับกันอีกรอบ หลังโดนโปรแกรมสารพัด (พิษ) CafeThai พ่นพิษเข้าใส่อย่างจัง จนทำให้เกม FPS ของค่ายเกมอื่นๆ เข้าเกมไม่ได้ตามๆ กันทั้ง Special Force ของ True Digital Plus หรือจะเป็น A.V.A ของ Playpark งานนี้บอกได้เลยว่าโดน (ด่า) กันถ้วนหน้าไล่กันมาตั้งแต่เจ้าของร้านเกมตาดำๆ ที่ลงโปรแกรม CafeThai ไล่ไปจนถึงค่ายเกมที่เกริ่นมาทั้ง 2 ค่าย

โปรแกรมสารพัด (พิษ) CafeThai

CafeThai CafeThai CafeThai

ที่มาของสาเหตุเป็นเพราะอะไรน่ะหรือครับ ก็ในเมื่อเกมที่เคยเล่นได้อยู่ทุกวัน จู่ๆ ก็มากลายเป็น Bug ที่เกิดจากตัวโปรแกรม CafeThai ทำให้เข้าเกมไม่ได้ซะงั้น แล้วทำไมมันช่างบังเอิ้น บังเอิญ ต้องเป็นเกม FPS จากค่ายของคู่แข่ง แต่เกม FPS ในค่ายกลับเข้าเล่นได้หน้าตาเฉย จนต้องเดือดร้อนมาถึงบรรดาเจ้าของร้านที่ต้องคอยมานั่งหาวิธีแก้ ลงเกมใหม่ก็แล้ว แก้โน่นแก้นี่ก็แล้วแต่ก็ยังไม่สำเร็จ ท้ายสุดมาถึงบางอ้อเจอต้นตอที่มาของปัญหาก็ต่อเมื่อปิดโปรแกรม CafeThai เท่านั้นแหละ!! เข้าได้ทันที ราวกับมีปาฏิหาริย์

โปรแกรม CafeThai

ทั้งที่เป็นช่วงวันหยุด ซึ่งเป็นจังหวะดีที่ร้านเกมเหล่านั้นจะมีโอกาสทำมาหากินสร้างรายรับจากผู้เล่นแท้ๆ แต่ต้องมานั่งแก้ปัญหาน่าเบื่อที่เกิดจากการกระทำที่ตั้งใจ หรือความประมาทเลินเล่อแบบยากที่จะให้อภัยจนสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างต่อร้านเกมที่เป็นพาร์ทเนอร์โดยตรง หากโปรแกรมยังไม่สมบูรณ์ไฉนเลย Garena ยังส่งเซลล์ออกไปเดินตามร้านเกมทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดเพื่อขอให้ลงเจ้า CafeThai แบบหน้าตาเฉย??

CafeThai ไม่หยุดพ่นพิษ Special Force / A.V.A

หากวันนี้ตัว CafeThai ยังไม่พร้อม เหตุไฉนทำไม Garena จึงยังไม่ยอมถอยกลับไปใช้ระบบเก่าที่แยกกันระหว่าง Garena Cybercafe Alliance (GCA) กับ CafeThai หากร้านไหนอยากได้แบบไหนก็เปิดให้เลือกได้ตามใจ หรือแท้จริงแล้วมีประเด็นแอบแฝง ใช้ร้านเน็ตเน็ตตาดำๆ เป็นเครื่องมือโจมตีคู่แข่งด้วยการบล็อกหรือแกล้งทำให้เกิดเป็นบั๊กแบบครั้งนี้?? เหยื่อรายต่อไปจะเป็นใคร จะเป็นแนว MOBA หรือ MMO แต่ที่แน่ๆ วันนี้คนที่เดือดร้อนมากที่สุดก็คือ ร้านเกมที่ยอมลงเจ้า CafeThai ไม่ใช่หรอครับ

CafeThai

คงไม่ต้องรอวันให้เรื่องบานปลายกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต จนถึงขั้นต้องทำให้ร้านเกมทั้งประเทศรวมตัวกันต่อต้านไม่ลง CafeThai แล้วลุกลามไปถึงเกมทุกๆ เกมของ Garena เชื่อได้เลยว่าท่านผู้บริหารคงไม่อยากให้ถึงขั้นนั้นแน่ๆ เพราะนอกจากจะเสียพาร์ทเนอร์ เสียทรัพย์ เสียยอดผู้เล่น หากแลนดิ้งไม่สวยแบบนี้ เผลอๆ บิ๊กบอสตัวจริงที่อยู่ต่างแดนอาจถึงขั้นต้องลงมาสั่งการเองแบบสายฟ้าแล่บก็เป็นได้ใครจะรู้

ที่มา : compgamer

ซงอิลกุก (Song Il Gook) จับ ลูกๆแฝด 3 มาใส่ชุดธีมคริสมาสต์ ใน “Superman Returns"

ในรายการ Superman Returns ที่ออกอากาศไปตอนล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา ทาง KBS คุณพ่อ ซงอิลกุก ก็ยังคงอยู่กับการถ่ายทำปฏิทินปีใหม่ของลูกน้อยทั้ง 3 อย่าง แทฮัน มินกุก มานเซ


ซงอิลกุก (Song Il Gook)

ซงอิลกุก (Song Il Gook)

โดยในตอนดังกล่าวนั้น หนูๆทั้ง 3 ได้ถูกจับแต่งตัวเป็นชุดน่ารักรับคริสมาสต์ ซึ่งจากในภาพนั้น เราก็จะเห็นได้ว่าหนูทั้ง 3 ใส่เสื้อสีแดงเต็มตัวพร้อมกับหมวกทรงยาว และขี่จักรยานเด็กเล่นสีแดงอยู่

ก็แน่นอนว่า การถ่ายทำไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่นเท่าไหร่นัก เด็กๆต่างก็ดูคุณพ่อของตัวเอง ติดเครื่องประดับประดาต่างๆที่กำแพง และก็ดึงมันลงมา ด้วยความซุกซน

โดยย้อนกลับไปเมื่อตอนก่อนหน้า ซงอิลกุกก็ได้พยายามให้เด็กๆมาถ่ายภาพปฏิทินปีใหม่ร่วมกับกับการใส่ชุดฮันบกของเด็ก ซึ่งก็เป็นงานหนักไม่แพ้กัน

สำหรับการถ่ายทำปฏิทินในครั้งที่ผ่านมา ซงอิลกุกได้เกิดความประทับใจ โดยได้เผยว่า “ผมรู้สึกประทับใจนะครับ ผมประหลาดใจที่ได้เห็น มานเซจับมือกับแทฮันและมินกุกเอาไว้แน่นมาก เวลาที่พวกเขาไม่เห็นใครคนนึง พวกเขาก็จะมองหาคนที่หายไปเสมอ พวกเขาสนิทกันมากจริงๆ"


ซงอิลกุก (Song Il Gook)

ซงอิลกุก (Song Il Gook)

ข้อมูลจาก

http://www.popcornfor2.com

ข่าวบันเทิงเกาหลี, ข่าวดาราเกาหลี, ซีรีย์เกาหลี, นักร้องเกาหลี, เรื่องย่อซีรีย์เกาหลี,  ข่าวบันเทิงเกาหลี 2014


Zero World เกมส์ใหม่จากจีนนน

Zero World เกมส์ใหม่จากจีนนน หน้าแรก > ข่าวเกมส์ >

Zero World เกมส์ใหม่จากจีนนน

โลโก้สุดยอด

Zero World นั้นเป็นเกมที่พัฒนาโดยทาง Shanda เอง มากับคอนเซ็ปต์ว่า??Create, Manage, Share??ซึ่งตัวเกมนั้นออกแบบมาให้ผู้เล่นสามารถออกแบบตัวเกมเองได้ ไม่ว่าจะเป็นฉาก, วัตถุต่างๆ, ตัวละคร, NPC โดยตัวเกมนั้นจะมาพร้อมกับ Develop Tool ที่ผู้เล่นสามารถใช้งานง่าย เมื่อออกแบบเสร็จแล้ว ก็สามารถแชร์ให้กับเพื่อนเพื่อนำไปเล่นได้นั่นเองครับ? งานนี้??Shanda เตรียมทำตัวเกมเวอร์ชั่น Multi-Language หวังส่งไปขายกันทั่วโลกเลยทีเดียว งานนี้จะออกมาเวิร์คหรือไม่ก็ต้องติดตามกันต่อไปจ้า

แนวแปลกแต่น่าเล่นดีนะ

บ้านเมืองในเกมส์

เจอมอนแล้วสู้ๆ!!!

“คิมแซรน" (Kim Sae Ron) เผย ไม่อยากดูหนัง 19+ ที่ตัวเองเล่น

นักแสดงสาววัยรุ่น คิมแซรน ได้ออกมาเผยว่า เธอนั้นไม่อยากที่จะดูหนัง เรต 19+ (หมายถึงหนังสำหรับผู้ชมกลุ่มอายุ 19 ปี ขึ้นไป) ถึงแม้ว่า เธอนั้นจะได้ร่วมแสดงด้วยก็ตาม


“คิมแซรน

“คิมแซรน" (Kim Sae Ron)

ในรายการ Entertainment Weekly ที่ออกอากาศไปตอนล่าสุดทางสถานี KBS คิมแซรนได้มาร่วมเป็นแขกรับเชิญในรายการพร้อมกับเพื่อนนักแสดงจากหนังเรื่องล่าสุดของเธอ Manhole อย่าง จองคยองโฮ และ จองยูมี

ในระหว่างรายการ ผู้เข้าร่วมรายการได้เริ่มพูดคุยกันเกี่ยวกับความจริงที่ว่า คิมแซรนนั้นได้ผ่านงานหนังพวก 19+ มาบ้างแล้ว ถึงแม้ว่าตัวเธอเองนั้นจะมีอายุเพียงแค่ 14 ปี ก็ตาม

โดย จองคยองโฮ ได้กล่าวติดตลกถามนักแสดงสาวไปว่า “จริงๆเลยนะ! คุณเคยดูหนังพวกนี้ที่บ้านบ้างมั้ย?"

เกี่ยวกับเรื่องนี้ คิมแซรนได้ตอบพร้อมกับรอยยิ้มว่า “ฉันไม่อยากดูหนังพวกนี้เลย ถึงแม้ว่าฉันจะแสดงด้วยก็ตาม และฉันก็จะไม่ดูหนังเรื่อง Manhole (ซึ่งเป็นหนังเรต 19+) ด้วย

Manhole มีกำหนดการเข้าฉายทั่วเกาหลี 8 ตุลาคมนี้


“คิมแซรน

“คิมแซรน" (Kim Sae Ron)


“คิมแซรน

“คิมแซรน" (Kim Sae Ron)

ข้อมูลจาก

http://www.popcornfor2.com

ข่าวบันเทิงเกาหลี, ข่าวดาราเกาหลี, ซีรีย์เกาหลี, นักร้องเกาหลี, เรื่องย่อซีรีย์เกาหลี,  ข่าวบันเทิงเกาหลี 2014


อ่านละครออนไลน์ ชิงรักหักสวาทออนไลน์ ตอนที่ 12

อ่านละครออนไลน์ – อ่านละครชิงรักหักสวาทออนไลน์ ตอนที่ 12


ชิงรักหักสวาท

ชิงรักหักสวาท

ชิงรักหักสวาท ตอนที่ 12

เมฆอุ้มเดือนเข้ากระท่อม ดาวดูต้นทางให้ พลันนั้นได้ยินเสียงมั่นดังขึ้น

“นังเดือน”
ดาวหันขวับ ตกใจมาก ! เมฆตกใจเช่นกัน
“เอ็งมาอยู่นี่เอง…แล้วนั่น”
มั่นอยู่ไกลลิบๆ เดินตามหาเดือน มั่นนั่งคุยกับหุ่นฟางอยู่มุมหนึ่ง เข้าไปคุยกับหุ่นฟาง
“เอ็งทำอะไรอยู่นังเดือน เอ็งรู้ป่าว ว่าวันนี้พี่เอ็งเจอสาวสวย ซ๊วยสวย”
ดาวถอนหายใจพรวด โล่งอก
“โธ่ ไอ้มั่น ที่แท้ก็เมา … รีบๆเข้าเถอะพี่เมฆ เกิดใครออกตามหานังเดือนเจอก่อน จะไม่สมตามแผนของเรา”
ดาวรุนหลังเมฆเข้าไปในกระท่อม ดาวหิ้วหม้อยาที่เดือนกินเหลือไว้ติดมือเข้ากระท่อมไปด้วย

มั่นเมามากพูดกับหุ่นฟางแบบนั้นเพียงคนเดียว
“นังเดือน เอ็งรู้ไม๊ วันนี้ข้าเจอสาวงาม นางช่างงามดั่งหงส์ .. ตากลม ยิ้มสวย ตั้งแต่ข้าเกิดมา ข้ายังไม่เคยเจอหญิงใดงามเยี่ยงนี้มาก่อนเลย”
มั่นเพ้อนึกถึงฟ้าหยาด
“แต่นางช่างอยู่สูง สูงเกินกว่าข้าจะไขว่คว้า ข้า..ไอ้มั่น ก็ เป็นเพียงหมาเห่าดอกฟ้าเท่านั้นแหละโว้ย เพราะคนที่นางหมายปองก็คือนายน้อยขอเรา คุณหาญแห่งใต้หล้า เอ็งรู้ไม๊”

บนเรือนใหญ่ กล้ากับหาญกำลังเล่นหมากล้อมกันอยู่ กล้าเดินหมากไปก่อนแต่พอถึงตาของหาญ หาญกลับเหม่อลอยคิดอะไรอยู่
“ใจเจ้าไม่อยู่กับร่องกับรอยเลย ยังคิดมากเรื่องนั้นอยู่อีกรึ”
“ขอรับ กระผมรู้สึกหวั่นใจยังไงบอกไม่ถูก”
“ดวงก็เหมือนเข็มทิศบอกทาง เราจะทำตามหรือไม่ อย่างไรก็สุดแล้วแต่เรา”
“แต่ในทางของคุณพ่อ ท่านเชื่อเรื่องพวกนี้มาก เพราะชีวิตท่านที่ได้ดิบได้ดีก็เพราะว่าเชื่อซินแสเทียน”
มีเสียงเฮฮาดังจากเรือนทาส หาญมองไป
“เรือนทาสฉลองกันเยี่ยงนี้ พวกเขาคงรู้กันแล้วว่าเป็นใคร”หาญบอก
“ก็อาจเป็นทาสสักคนในใต้หล้านี่แหละ ที่เป็นคู่ของน้อง หรือบางทีอาจจะเป็นแม่เดือนก็ได้”
“แล้วถ้าไม่ใช่นางกระผมจะทำเช่นไรขอรับ ความรักมิอาจบังคับกันได้ จริงไหมขอรับพี่กล้า”
หาญถามกล้าแบบนี้ ช่างแทงใจตัวเสียเหลือเกิน
“ไม่ต้องกังวลดอก คนมีหน้ามีตาในสังคมอย่างคุณพ่อ จะยอมให้ลูกชายสุดรัก แต่งกับนางทาสอย่างออกหน้าออกตาได้เยี่ยงไร….จะเป็นใครก็ตาม พวกนั้นก็ดีใจเก้อไปก็เท่านั้น”
กล้ามองไปทางเรือนทาส
หาญอึ้งไป ในใจคิดว่าไม่ว่าใครก็อาจจะแค่ถูกเจ้าสัวแสนนำมาเป็นเครื่องมือค้ำจุนดวงของตนเท่านั้นเหรอ

เดือนถูกวางอยู่กลางกระท่อม ดาววางหม้อยาไว้มุมหนึ่ง แล้วรีบจัดเสื้อผ้าเดือนให้รุ่ยร่าย ดึงปลดหางจุงกระเบนออกเหลือเป็นผ้าถุง แต่นึกขึ้นได้
“เออ ข้าจะถอดทำไมว่ะ ไหนๆพี่เมฆก็จะปล้ำมันอยู่แล้ว พี่เมฆ พี่จัดการมันเองก็แล้วกันนะ”
ดาวพูดจบ เมฆที่กำลังเมามาจากมุมไหนไม่รู้เข้ามารวบตัวดาวหอมกอดแบบกัดมัน
“อ้าย พี่เมฆปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ อะไรเนี่ย ข้าให้ปล้ำอีเดือนไม่ใช่ปล้ำข้า”
“ก็ข้าอยากได้แกเป็นเมียมากกว่าอีเดือนมันนี่ ไหนแกบอกว่าจะยอมเป็นเมียข้าไง มาให้ข้าปล้ำแกก่อนแล้วค่อยจัดการนังเดือนมันก็ได้นะ มา”
เมฆทำท่าจะกินดาวก่อน ดาวรีบคิดแผนพูดดีกับเมฆก่อน บ่ายเบี่ยงด้วยมารยา
“พี่เมฆ พี่เมฆจ๋า ข้าก็อยากขึ้นสวรรค์ไปพร้อมกับพี่นะ แต่เวลานี้เราสองคน ต้องหักห้ามใจเอาไว้ก่อน พี่จะต้องจัดการนังเดือนมันซะ เพราะถ้าเรื่องนี้พี่ทำไม่สำเร็จ คุณบุหงาเอาพี่ตายแน่นะ”
เมฆเริ่มอ่อน
“จริงสิ คุณบุหงา”
“ใช่จ๊ะ อย่าชักช้าเลย เดี๋ยวแผนจะแตกซะก่อน พี่ก็รีบๆจัดการนังเดือนมันซะ จะปู้ยี่ปู้ยำอีเดือนมันยังไงก็สุดตามแต่ใจพี่เลยละกันนะ”
ดาวรีบออกไปจากกระท่อม แอบทำหน้าเยาะสมน้ำหน้าเดือนไว้ จบเมฆอารมณ์เสียไม่ได้กินดาว
“แกไม่รอดแน่ อีเดือน”

เจ้าสัวแสนรีบเข้ามาถามพวงแก้วอย่างดีใจ
“ได้ข่าวว่าหล่อนรู้ตัวคู่ชะตาของพ่อหาญแล้ว แต่ยังปิดบัง ไม่ให้ใครบอกเรา ทำไมไม่อยากให้เรารู้”
“อิฉันก็อยากบอกให้ท่านเจ้าสัวรับรู้ แต่เกรงว่าหากท่านรู้ว่าเป็นใคร ท่านอาจจะไม่ยินยอมน้อมรับเจ้าคะ”
“ว่าไปแม่แก้ว”
แก้วจึงแอบแย้มๆเชิงถาม
“หากนางผู้นั้น มิใช่คนชนชั้นเดียวกับพวกเรา ท่านเจ้าสัวจะรับได้หรือเจ้าคะ”
“ชนชั้นใดก็ตาม หากนางเป็นคู่หนุนนำให้พ่อหาญได้มีความเจริญมั่นคง เราก็ต้องจับแต่งเพื่อเป็นมงคล”
พวงแก้วทำหน้าไม่เห็นด้วย แสนพอมองออกว่า คงเป็นพวกบ่าวไพร่
“ไม่จำเป็นต้องเอามันออกนอกหน้าก็ได้หนิแม่แก้ว แต่งเป็นฤกษ์ถือเป็นเคล็ด แล้วหลังจากนั้น เราก็หาแม่หญิงดีๆมาตบแต่งกับพ่อหาญ ให้เป็นหน้าเป็นตาทางสังคมก็ย่อมได้”
พวงแก้วรู้สึกดีขึ้น
“ถ้าท่านเจ้าสัวเห็นดีเห็นงาม พรุ่งนี้อิฉันจะพานางคนนั้นมากราบท่านเจ้าสัวเจ้าค่ะ”
“ดี จะได้คิดหาทางจัดการให้สมพงศ์กันไป”
เจ้าสัวแสนยิ้มดีใจออกไป เอื้อยเข้ามาพอดี หน้ายังแดงเพราะสาโทอยู่นิดๆ
“นังเอื้อย แกไปทำอะไรมา หน้าเอ็งแดงเหมือนพุทธาสุก”
เอื้อยอายรีบตอบ
“ฉลองให้นังเดือนที่มันดวงดีเป็นคู่บุญหนุนนำคุณหาญนิดหน่อยเจ้าคะ”
พวงแก้วส่ายหน้า ไม่คิดว่าเอื้อยจะเอากับเขาด้วย จึงต้องปราม
“ฝากบอกนังเดือน อย่าดีใจให้มันมากนัก ให้มันเตรียมตัวขัดสีฉวีวรรณอย่าให้ด่างพร้อย พรุ่งนี้ถึงเวลาแล้วที่ข้าจะเปิดตัวคู่บุญพ่อหาญว่าคือใคร”
เอื้อยดีใจรับคำ แล้วรีบออกไป

“เจ้าคะ”

เดือนนอนไม่ได้สติอยู่กลางกระท่อม เมฆหงุดหงิดงุ่นง่านเพราะไม่ได้กินดาว

“นังดาวนะนังดาว บ่ายเบี่ยงข้าอีกจนได้ ทำข้าหิวเก้อ”
เมฆฟึดฟัด เลียปาก หันมามองเดือน
“นังเดือน ข้าก็ไม่ได้ใคร่คาวเอ็งหรอกนะ แต่ไหนๆก็ไหนๆ แล้ว อ้อยวางตรงหน้าช้างหยั่งข้าไม่ลากเข้าปากเห็นจะเสียเชิงชาย”
เมฆเหลียวหาไหสุรา หยิบมาเทเข้าปาก แต่ไม่มีสุราหยดลงมา เมฆฮึดฮัดเหลียวหา เจอหม้อยาที่ดาววางลืมไว้ เมฆคว้ามาซดจนหมด นึกว่าเหล้า
“เหล้าอะไรวะ รสเฝื่อนๆ แต่เอาวะ…มึนดีเหมือนกัน”
เมฆวางหม้อยาลง เคลื่อนตัวเข้าไปใกล้เดือน มองไล่ไปทั่วเรือนร่าง
“เอาวะ ข้าจะคิดซะว่าเอ็งเป็นนังดาวแล้วกัน”
เมฆก้มลงซุกใบหน้าที่คอ เริ่มกระหน่ำจูบ

บริเวณเรือนครัว ชื่นกับอ่ำกำลังเฮฮาพร้อมบ่าวไพร่จำนวนหนึ่ง เอื้อยก็รีบวิ่งเข้ามา
“พวกเอ็งโว้ย หากไม่มีอะไรผิดพลาดหรือนังเดือนไม่มีราคีเสื่อมเสีย พรุ่งนี้คุณแก้วท่านจะเตรียมเปิดตัวนังเดือนกับท่านเจ้าสัวให้คนในใต้หล้าได้รับรู้กันหมดแล้วโว้ย” เอื้อยบอก
ชื่นและอ่ำดีใจมาก
“เป็นบุญของนังเดือนมันจริงๆ”
เอื้อยมองหาเดือน
“อ้าว แล้วนี้นังเดือนมันหายไปไหนเนี่ย”
ทุกคนมองหาเดือนตาม ดาวเข้ามา
“นี่ นังดาว เห็นนังเดือนมันบ้างไหม” อ่ำถาม
ดาวทำไม่รู้เรื่อง
“นังเดือนเหรอ นึกก่อนนะ อ๋อ ข้าเห็นนังเดือนมันจิบเหล้าท่าทางเมาๆ แล้วมันก็เดินโซเซไปทางโน่น ไม่รู้ว่ามันไปไหน”
“นังเดือนนี่จริงๆเลยนะ ข้าเตือนแล้วให้จิบพอประมาณ เพราะเอ็งนั่นแหละนังดาว ให้นังเดือนมันดื่มทำไมก็ไม่รู้” ชื่นว่า
“อ้าว น้าชื่น มาโทษฉันแบบบี้ก็ไม่ถูกนะ หัวหงอกหัวดำก็ดื่มกันหมดนี่นา”
“แล้วนี่นังเดือนมันไปอยู่ไหนนะ ข้าต้องรีบเอามันไปขัดสีฉวีวรรณเตรียมพร้อมเข้าไปกราบท่านเจ้าสัวพรุ่งนี้ซะด้วย”
ดาวจึงรีบเสี้ยม
“ตายล่ะ งั้นเรารีบหานังเดือนมันให้เจอเถอะ เดี๋ยวข้าจะช่วยตามหามันอีกแรงด้วยนะW
ทุกคนเออออแล้วรีบแบ่งแยกกันออกไป ดาวยิ้มร้าย

เมฆไซ้ซอกคอ พยายามจะปลดปมโจงกระเบนตัวเอง เริ่มง่วง ยกหัวขึ้นมาสะบัด
“เหล้าหม้อนี้มันแรงจริงเว้ย…ฮ่ะๆ ดีเหมือนกัน ข้าจะได้นึกว่าได้ขึ้นสวรรค์กับนังดาว”
เมฆสุดง่วง สะบัดโจงกระเบนออกจากตัว
“นังดาว…นังดาวของข้า”
เมฆซุกอยู่ที่คอ คราง ตาปรือด้วยความง่วงสุดขีด
“เอ็งต้องเป็นของข้า นังดาว”
เมฆยกขาขึ้นก่าย พยายามจะคร่อมร่างเดือน แล้วขาก็ห้อยตกลงมา หลับคร่อก อ้าปากค้าง

เหล่าทาสถือคบไฟกระจายกันหา เรียกหาเดือนกันใหญ่ และทุกคนก็เดินมาเจอมั่นที่นั่งกอดหุ่นฟาง
อ่ำถาม
“ไอ้มั่น เฮ้ย ไอ้มั่น เอ็งเห็นนังเดือนมันไหมว่ะ”
มั่นเมาค้างหันมาพูด
“ก็นี่ไง นังเดือน ข้าก็นั่งคุยกับนังเดือนมันอยู่เนี่ย”
” นี่น่ะ นังเดือน โธ่ ไอ้มั่น เอ็งเมามากจนเห็นอีกองฟางนี่เป็นนังเดือนมันรึ ข้าคงต้องช่วยเอ็งซ่ะแล้ว” เอื้อยว่า
เอื้อยจึงเข้าไปหยิกหูมั่น มั่นเริ่มสร่าง ร้องจ๊าก!!
“โอ๊ย”
” ตาสว่างรึยัง ไหนดูให้ชัดๆสิ ว่าที่เอ็งคุยอยู่หน่ะมันนังเดือนรึป่าว”
มั่นได้สติมอง
“เฮ้ย ไม่ใช่ อ้าวแล้วนังเดือนล่ะ”
เอื้อยกับชื่นชักเริ่มเอะใจ ดาวเริ่มแผน
” นังเดือนไม่ได้อยู่กับพี่มั่น แล้วนังเดือนอยู่กับใคร เอ๊ะ ไอ้เมฆล่ะ ไอ้เมฆก็หายไป นี่มันยังไงกัน หรือว่า…”
” หุบปากเลยอีดาว ไม่มีทางที่ลูกข้าจะทำแบบนั้น” ชื่นบอก
“แหม น้าชื่นก็ ฉันก็แค่สงสัย คนมีบุญอย่างนังเดือนคงไม่คิดทำอะไรโง่ๆหรอกน่า”
“พอกันได้แล้ว ข้าว่าเราลองไปดูที่กระท่อมไอ้เมฆก็ดีเหมือนกันนะ จะได้แน่ใจว่าอีเดือนไม่ได้อยู่ที่นั่น”
“ใช่จ๊ะน้าเอื้อย เป็นความคิดที่ดี เรารีบไปกันเถอะจ๊ะ

ทุกคนตกลงตามนั้นจึงรีบกันออกไป

หาญยืนคิดเหม่อลอยอยากให้คู่ตัวเองเป็นเดือน เห็นทางเรือนทาส จุดคบไฟสว่าง มีดวงไฟกระจายกันตามที่ต่างๆ หาญมอง

” พวกทาสทำอะไรกัน”
สักพักได้ยินเสียงกรี๊ด ! หาญรีบไป

หาญแหวกเหล่าทาสเข้าไปที่กระท่อมเมฆ เหล่าทาสอื้ออึง มั่นพยายามจะดึงหาญไว้
“นายน้อยอย่าเข้าไปดูเลยขอรับ”
“ปล่อยเรา พี่มั่น”
หาญแหวกเหล่าทาสเข้าไป เห็นเมฆนอนก่ายอยู่บนร่างเดือน หาญตะลึงกับภาพที่เห็น แทบจะพูดไม่ออก
“แม่…แม่เดือน”
ดาวแอบแสยะยิ้มด้วยความสะใจ แต่ตีสองหน้า ทำเป็นตกใจเอามือปิดตา
“ว้ายตายแล้ว นังเดือน หายไปที่แท้แอบมากินของคาวคำใหญ่กับพี่เมฆนี่เอง”
“ไม่จริ๊ง ลูกข้าไม่มักง่าย” ชื่นบอก
” โห น้าชื่น หลักฐานคาตา เห็นกันจะจะ นี่มันไม่อายฟ้าดินกันหรือไงนะ”
ดาวเห็นสายตาปวดร้าวของหาญ ก็หัวใจพองฟูอย่างมีความสุข ชื่นนั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจที่สุด เอื้อยพยายามเขย่าเดือนให้ฟื้น
“นังเดือน นังลูกไม่รักดี เอ็งทำอย่างนี้ได้ยังไง”
เจียมเพิ่งเข้ามา ทำเป็นร้องตกใจ แล้วใส่ไฟทันที
“ต๊าย นังเดือนกินกับไอ้เมฆ โห นี่คงฟาดกันจนเหงื่อตกกลีบ เหนื่อยเป็นตายเลยมั้ง”
“อีเจียม อีปากสวะ มึงว่าหลานกู” เอื้อยว่า
“หรือไม่จริง ดูมันสิ หลับไม่ฟื้นเลย”
เอื้อยโกรธมาก หน้าชา เจ็บปวดเสียใจ
“ไปเอาน้ำมาไอ้อ่ำ ปลุกดีๆไม่ฟื้น ก็ต้องเรียกอย่างหมา”
อ่ำหิ้วถังไม้ใส่น้ำเข้ามา
“เอาให้ฟื้น น้ำสาดไม่ฟื้น ก็เอาถึงนี่ฟาดให้ฟื้นW
อ่ำสาดน้ำโครม เดือนและเมฆเริ่มได้สติ
เดือนฟื้นขึ้นมา พยายามจะยันตัวลุกขึ้น
“อะไรกันน่ะ…นี่ใคร….ห๊า”
เดือนขยี้ตาปาดน้ำออกจากหน้า เห็นหาญยืนตะลึงพรึงเพริดอยู่เบื้องหน้าบ่าวไพร่ทั้งปวง
“คุณหาญ”
“หล่อนทำอะไรลงไป แม่เดือน ! หล่อนทำอะไรลงไป”
เดือนงง เหลียวมองข้างตัว ตกใจมาก เมฆเพิ่งฟื้น พยายามเอาผ้าคลุมร่างกาย เมฆตะลึง
ทั้งหมดมองเดือนด้วยสายตาผิดหวังอย่างแรง
เดือนเริ่มเข้าใจ น้ำตาเอ่อ ส่ายหน้าจะปฏิเสธ หาญมองหน้าเดือนอย่างเสียใจที่สุด

วันใหม่ เดือนหมอบอยู่แทบพื้น น้ำตาร่วง ร้องไห้ตลอดเวลา ในใจเดือนก็ยังไม่รู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืน
“บ่าวไม่ทราบจริงๆเจ้าค่ะ บ่าว…บ่าวไม่ได้ทำ”
“ไม่ได้ทำ แล้วที่เราเห็นมันคืออะไรแม่เดือน หล่อน…หล่อนกับไอ้เมฆ”
“บ่าวกับอีเดือน คงได้เสียกันแล้วน่ะขอรับ” เมฆบอก
“ไม่จริง”
เดือนแทบกรี๊ด แต่เสียงที่ลอดออกมาสั่นพร่าด้วยความเสียใจ เจ็บปวด หาญเบือนหน้าหนี และไม่อยากให้แม่เห็นพิรุธ
พวงแก้วมองเดือนอย่างผิดหวัง เช่นเดียวกับเอื้อยและชื่นที่เสียใจมาก
ด้านบุหงากับสายฝน และเจียมเข้ามาแอบยิ้มเยาะที่แผนการสำเร็จ แต่บุหงาทำเนียนทำไม่รู้แผนการ ทำเป็นตกใจ
“ตายแล้วแม่เดือน ทำไมเป็นเยี่ยงนี้ ฉันน่ะ สงส๊าร สงสารท่านเจ้าสัว หากรู้เรื่องนี้ ความหวังจะเจริญรุ่งเรืองก็มลายหายไปเพราะทาสในกำกับของคุณพี่ แม่ก็ดันมาดีแตกซะแล้ว โถ…”
“หากหล่อน หวังดีกับท่านเจ้าสัว ไม่อยากให้ท่านกลุ้มใจ หล่อนกับลูกก็หุบปากไว้สิ” พวงแก้วบอก
บุหงากับสายฝนหน้าตึง
ชื่นน้ำตานอง เอื้อยพยายามปลอบใจ
“นังเดือน เอ็งตอบข้ามาสิ ว่าเอ็งไปได้เสียกับไอ้เมฆได้อย่างไร”
เดือนก็ตอบไม่ได้ มัวแต่ร้องไห้ แก้วเลยถามพยานแวดล้อม
“ว่าอย่างไรพวกเอ็ง ใครรู้เห็นบ้าง เอ็ง เอ็ง เอ็ง รู้ไหม”
ดาวได้จังหวะแล้วจึงรีบพูด
” บ่าวเจ้าคะ บ่าวเห็นนังเดือนล้างหน้าล้างตาท่าทางเมา แล้วบ่าวก็เห็นไอ้เมฆเข้ามา คุยกันได้สักพัก บ่าวก็ขอตัวแยกจากไปเจ้าคะ”
“ใช่ขอรับ กระผมไปเจอแม่เดือนท่าทางเมา กระผมเองก็เมา แล้วเอ่อ แม่เดือนก็เซมาซบกระผม…แล้ว…จากนั้น ก็พากันไปกระท่อม แล้ว….แล้ว”
“พอแล้ว ไม่ต้องเล่า ที่เหลือข้าประจักษ์แจ้งแก่ตาตนเองแล้ว”
“ทุเรศที่สุด นังเดือน หล่อนมีบุญแต่กรรมบังนัก ที่หล่อนตกต่ำเพราะใฝ่ในเรื่องอย่างนี้นี่เอง”
เดือนเสียใจจะคลานไปกราบขอโทษ พวงแก้วชักเท้าหนี ออกปากไล่
” ไปให้พ้นๆหน้าข้า ข้าไม่อยากเห็นหน้าเอ็งอีก ส่วนไอ้เมฆ เอามันไปโบย และในเมื่อมันใกล้จะพ้นสภาพทาสแล้ว หลังจากนี้เอ็งก็ออกไปจากใต้หล้าซะ”
เมฆตกใจ
“กระผมขอร้อง อย่าทำโทษบ่าวเลยขอรับ”
บุหงารีบทำเป็นขอไว้
“แหม คุณพี่คะ เรื่องบ่าวไพร่ได้เสียกันไม่ใช่เรื่องผิด เพราะพวกมันก็ไม่ได้มีลูกผัวเป็นตัวตน ถือว่ามันไม่ได้ทำผิดเสียหน่อย เพียงแต่สมสู่ไม่เลือกเท่านั้นเอง”
บุหงาขยิบตากับเมฆที่รีบนอบน้อมกับพวงแก้ว
“ใช่ขอรับ บ่าวแม้จะกลายเป็นไพร่ไม่ใช่ทาส แต่ก็ยังภักดีต่อคุณท่าน พ่อแม่บ่าวก็รับใช้เรือนนี้มาจนตายไป บ่าวจะขอรับใช้เพื่อชดใช้ความผิด หากว่าคุณแก้วเห็นว่าผิดขอรับ”
“โถ.. จริงของมันนะคะคุณพี่ อิฉันว่าให้มันไปเป็นคนงานอยู่ที่คอกม้าก็ได้หนิคะ เพราะหากมันหายไปจากใต้หล้าเลย ท่านเจ้าสัวเกิดสงสัย จะซักความเอากับคุณพี่ได้นะคะ”
พวงแก้วโกรธจนทำอะไรไม่ถูก แต่เห็นด้วยกับความคิดบุหงา
“ข้าไม่อยากจะยุ่งกับเรื่องบ่าวไพร่อีก ใครคิดอยากทำอะไรก็ทำ”

แก้วเดินออกไป หาญมองเดือนผิดหวัง เจ็บปวดเ แล้วจึงเดินออกไป เดือน น้ำตานอง โดยมีบุหงา สายฝน เจียม และดาวมองหน้ากันว่าแผนสำเร็จ

บริเวณลานครัวชื่นนั่งปาดน้ำตาอยู่มุมหนึ่ง โดยมีเอื้อยปลอบใจ เดือนค่อยๆเดินเข้ามาจะกราบแม่ ชื่นเเสียใจอดไม่ได้ ตบหน้าฉาด !

“เอ็งทำอย่างนี้ได้เยี่ยงไร นังเดือน ข้าไม่เคยสอนให้เอ็งมักง่ายสำส่อนเยี่ยงนี้”
“เดือนไม่ได้ทำนะจ๊ะแม่จ๋า เดือนไม่ได้ทำจริงๆ แม่รู้จักลูกดีกว่าใคร ใยลูกจะเป็นคนอย่างนั้น”
ดาวเดินเข้ามาแจ๋นทันที แต่ยังทำเป็นจีบปากจีบคอพูดดี
“เวลาเมาขึ้นมาเอ็งก็อาจจะหน้ามืดน่ะสินังเดือน”
“ไม่ต้องเสือกเลย เงียบไป เรื่องนี้พวกข้าจัดการเอง” เอื้อยบอก
“อ้าว น้าเอื้อย ก็มันจริงนี่นา อุตส่าห์มีดวงเป็นคู่หนุนคุณหาญ ทำไมถึงได้กรรมบังเยี่ยงนี้ อดเป็นเลยนะเอ็ง”
ชื่นทนฟังไม่ได้ กัดฟันพูด
” ในเมื่อเอ็งเสียตัวให้ไอ้เมฆไปแล้ว ต่อแต่นี้เอ็งก็มีชีวิตของเอ็งไป ไปอยู่กับมันซะ ไม่ต้องมาให้ข้าเห็นหน้าอีก”
“แม่..ไม่นะจ๊ะ..แม่”
ชื่นก็ตัดใจเดินออกไป เดือนเศร้าเสียใจนัก แทบใจจะขาด
“นังเดือนเอ๊ย เอ็งไม่น่าเลยจริงๆ”
เอื้อยสงสาร แต่ทำอะไรไม่ได้ ส่วนดาวมองด้วยความสะใจ

เดือนสภาพย่ำแย่เดินร้องไห้น้ำตาตกมานั่งร้องไห้อยู่ที่ศาลาท่าน้ำ มั่นเข้ามาพร้อมผ้าที่หาญฝากมาให้เดือนด้วย
“ข้าไม่รู้ว่าความจริงเป็นเยี่ยงไรดอกนะนังเดือน แต่ชะตาเอ็งช่างพลิกผันจริงๆ ที่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น”
“พี่มั่น พี่มั่นอยู่กับข้ามาตั้งนาน พี่เชื่อข้านะ ข้าไม่มีวันที่จะทำเยี่ยงนั้น ข้าไม่รู้เรื่องจริงๆ”
“นังเดือน ถึงเอ็งร้องโวยวายแทบตาย จะพูดอะไรตอนนี้ก็ไม่มีใครเชื่อเอ็งหรอก โดยเฉพาะเจ้าของผ้าผืนนี้”
มั่นเอาผ้าผืนที่หาญฝากไว้ให้เดือน ยื่นให้
“คุณหาญท่าทางจะเมตตาเอ็ง ฝากผ้าผืนนี้ให้ข้ามอบให้เอ็งตั้งแต่เมื่อวาน ยังไม่ทันที่ข้าจะเอาให้เอ็ง ก็มาเกิดเรื่องซะก่อน ข้าว่าคุณหาญน่าชอบพอเอ็งอยู่นะ แต่เกิดเรื่องราคีแบบนี้ ไม่รู้ว่าตอนนี้คุณหาญจะรู้สึกยังไงบ้าง นังเดือนเอ็งไม่น่า…”
ขณะที่มั่นบรรยาย เดือนกอดผ้าแน่น น้ำตาไหล หัวใจแทบสลายใจไปที่หาญแล้ว แล้วเดือนก็ตัดสินใจวิ่งออกไปหาหาญ มั่นพูดยังไม่จบ มั่นถอนใจรู้ว่าเดือนคงรักหาญเช่นกัน

บุหงาเพิ่งให้อัฐที่เหลือกับเมฆ เมฆยิ้มดีใจ
“เป็นไงเมื่อคืน เปรมปรีดิ์เลยล่ะสิเอ็ง”
เมฆอึกอัก ดาวชักยังไง บุหงาเค้นถามต่อ
“ว่ายังไง ข้าถามไม่ตอบ”
“เออ..เมื่อคืนบ่าวเมาจนหลับ ไม่ได้กินนังเดือนมันหรอกขอรับ”
“ไอ้โง่เอ๊ย อ้อยเข้าปากช้างยังไม่เคี้ยว เกิดคุณแก้วรู้ ไอ้พวกนั้นรู้ นังเดือนก็พ้นผิดนะสิ” เจียมบอก
“นังบ่าวบ้า โง่ได้ใครเนี่ย…”
“ตอนนี้แผนการเข้าทางหมดแล้ว ไอ้เมฆจะได้กินหรือไม่ได้กินนังเดือนก็ไม่เป็นไร เพราะใครๆก็เข้าใจว่าเป็นเมียไอ้เมฆไปแล้ว”
“สะใจจริงๆนะเจ้าคะ นังเดือนผู้มีชะตาชีวิตหนุนนำคุณหาญ เพียงแค่ชั่วเวลาข้ามคืนก็กลับกลายเป็นหญิงมีราคี”
ทุกคนหัวเราะชอบใจ
“เอ็งทำหน้าที่ได้เกือบดี ที่เหลือจากนี้ต้องทำให้สำเร็จ ต่อจากนี้พวกเอ็งสองคน ต้องหุบปากให้สนิท เพราะใครเผยความลับคนเผยก็แย่เท่านั้น”
“เจ้าคะ/ขอรับ”
บุหงา เจียมตามไป ดาวเห็นนายไปแล้วจะออกไปบ้าง แต่เมฆดึงไว้ ทวงสัญญา
“นังดาว เอ็งจะไปไหน ข้าทำสำเร็จแล้ว ทำตามสัญญาได้แล้ว มาเป็นเมียข้าซะดีๆ”
ดาวบ่ายเบี่ยงบอก
พี่เมฆ วันนี้ข้ายังไม่สะดวก รอให้ข้าขัดสีฉวีวรรณเตรียมตัวก่อนนะ”
“ไม่ต้องหรอกนะจ๊ะน้องดาว แค่นี้ผิวผ่องๆของน้องดาวก็ทิ่มตาทิ่มใจพี่เมฆอยู่แล้ว”
เมฆไม่ฟังพยายามซุกไซ้ดาว
“อดใจหน่อยเถอะพี่ เกิดทำอะไรกันตอนนี้ คนเห็นเข้า แผนอีเดือนที่เราทำมาผังกันพอดีนะ”
เมฆเริ่มคิดใจ
“เออ จริงด้วย ก็ได้…เพื่อน้องดาว พี่เมฆรอได้”
เมฆยังเปรี้ยวปากได้แค่ไซ้คอ สีหน้าดาว วาวโรจน์ ต่อไปนี้นางจะหาทางให้ตัวนางได้เข้าหาหาญให้ได้
เดือนถือผ้า วิ่งหาหาญ มองหาไปรอบๆ จะไปที่เรือนใหญ่แต่ก็ไม่กล้า เดือนจึงคิดว่าลองไปที่ริมบึง แต่ไม่เห็นใคร เดือนเศร้า หันกลับไป ตะลึง หาญอยู่ตรงหน้า
“คุณหาญ !”
ทั้งสองมองหน้ากัน แววตาทั้งสองเสียใจพอๆกัน จนไม่รู้จะพูดอะไรออกมาหาญเหมือนจะเดินเลี่ยงไป เดือนจึงตัดสินใจพูด
“คุณหาญเชื่อบ่าวนะเจ้าคะ บ่าวไม่ได้…”
“หยุดพูดได้แล้ว การกระทำ มันสำคัญกว่าคำพูด เหตุการณ์เมื่อคืนก็เห็นประจักษ์แล้วว่า แม่เดือนเป็นเยี่ยงไร แม่เดือนไม่ได้มีหัวใจให้เราเลย”
เดือนเสียใจ
“คุณหาญ”
“เรามันบ้าไปเอง ที่คิดเสมอว่าชนชั้นไม่อาจกั้นกลางความรักของเราได้ ขอเพียงแค่หัวใจเราตรงกัน แม้มีอุปสรรคใดๆเราก็จะข้ามผ่านมันไป แต่ตอนนี้..แม่เดือนทำลายมันหมดสิ้นแล้ว”
“ไม่คะคุณหาญ เดือนไม่ได้ทำ เดือนไม่ได้ทำนะเจ้าคะ”
“มันสายไปแล้วแม่เดือน ออกไปจากชีวิตเราซะ”
เดือนตะลึง บีบผ้าแน่น
“ถือซะว่า เราทำบุญด้วยกันมาแค่นี้”
หาญพูดจบกำลังออกไป แลเห็นผ้าที่ฝากให้มั่นให้เดือนแล้วจึงพูด
“ทิ้งมันไปซะ ผ้านั้นก็แค่ของนอกกาย ในเมื่อใจคนยังเปลี่ยนไปได้ แค่ผ้า เราไม่ถือว่าผูกพันต่อกัน”

หาญออกไปแบบไร้หัวใจ เดือนมองหาญจากไปทั้งน้ำตา

เดือนถือผ้าเดินกลับมา เดินไปทางไหนเหล่าทาสก็ส่ายหน้าผิดหวังเสียใจกับพฤติกรรมของเดือน ไปหาแม่ ชื่นก็เบือนหน้าหนีด้วยความเสียใจ ไปหาอ่ำ…

“เห็นเอ็งอย่างนี้นึกไม่ถึงนะนังเดือนเอ๊ย แต่เอาเถอะ หากเอ็งปองใจจะเป็นเมียไอ้เมฆก็ตบแต่งอยู่กินให้เป็นเรื่องเป็นราว”
“น้าอ่ำ น้าก็ไม่เชื่อฉันเหรอจ๊ะ”
ชื่นหันมาด่าซ้ำ
“มึงจะตกเหวลงนรกเป็นเมียใครก็ช่างมึง”
มั่นกลับเข้ามาพอดี จึงเดินเข้ามาปลอบเดือน
“ตอนนี้น้าชื่นคงเสียใจมาก เอ็งอยู่เฉยๆไว้ก่อนเถิด”
เดือนค่อยๆเดินจากทุกคนออกไป

เวลาต่อเนื่องมา ซินแสเทียนเอาของมงคลมามอบให้เจ้าสัว แสนรับ
“ข้าเอาสัตว์มงคลสูงสุดที่เป็นสัญลักษณ์แห่งพลัง อำนาจ ความยิ่งใหญ่ มาให้ท่านเจ้าสัวแสนรักษาไว้ มังกรเนี่ยถือเป็นผู้แทนฝนแห่งชีวิตมาให้พวกเราเลยนะ”
“ขอบใจท่านซินแสเทียนยิ่งนัก เมื่อท่านมีของมงคลมาให้ เหตุนั้นต้องมีข่าวดีมาบอกเราด้วยเป็นแน่”
“ท่านเจ้าสัว เล็งมิเคยพลาด วันนี้อั้วไปดูดวงชะตาให้เจ้าพระยาขรรค์ชัยมา เป็นจังหวะที่ดีเหมาะเจาะ หากท่านเจ้าสัวจะฝากพ่อหาญเข้ารับราชการกับเจ้าพระยาขรรค์ชัย”
แสนตบเข่าฉาด
“โอว ช่างดีจริง แม่หญิงที่จะเสริมดวงให้พ่อหาญคนนี้ช่างมีบุญใหญ่นัก ตกลงนางเป็นใครรึท่านซินแส”
พวงแก้วรีบเดินเข้ามา ขยิบตาซินแส ประมาณอย่าเพิ่งพูดว่าใคร ซินแสแปลกใจ
“แม่แก้ว หล่อนมาพอดี วันนี้หล่อนบอกว่าจะพาคู่บุญพ่อหาญมากราบข้า ไหนล่ะอยู่ไหน เอามาพบข้าเลยสิ”
พวงแก้วตัดสินใจพูด
“เนื่องด้วยวันนี้ดินฟ้าอากาศดี ฤกษ์วันฤกษ์ยามตรงกับที่ต้องไปเก็บสมุนไพรมาทำยาต้มเก็บไว้ อิฉันเลยให้นางผู้นั้นออกไปทำธุระงานนี้เจ้าคะ กว่าจะกลับมาอาจเป็นวันพรุ่ง หลังจากนั้นจะรีบนำนางมาพบท่านเจ้าสัวเลยนะเจ้าคะ”
“งั้นรึ งั้นนางย่อมเป็นคนของใต้หล้า เราใจร้อนชักอยากรู้แล้วว่าเป็นใคร นางผู้นี้ช่างยากเย็นเหลือเกินที่เราจะได้พบจริงนะแม่แก้ว”
“ปลูกต้นไม้ใหญ่ใช้เวลาเป็นร้อยๆปี สร้างคนใช้เวลาเป็นสิบๆปี นับอะไรกับคนที่จะมาเป็นคู่บุญพ่อหาญ จะได้เจอก็ต้องใช้ความอดทน ใช้เวลาหน่อยสิท่านเจ้าสัว”
เจ้าสัวแสนฟังจึงหัวเราะชอบใจ
“ฮาฮ่า จริงดั่งท่านซินแซกล่าว นางอยู่ใกล้แค่เอื้อม รอนิดหน่อยจะเป็นไรไป”
พวงแก้วเบาใจ
“ถ้าเช่นนั้นเราขอตัวออกไปทำงานก่อน ท่านซินแสจะออกไปพร้อมเราเลยไหม”
ซินแสจะตอบว่าไป เตรียมลุก แต่พวงแก้วรีบเข้ามาดึงไว้
“อุ้ย อย่าเพิ่งไปเลยท่าน อยู่พูดคุยกับอิฉันก่อนเถิดเจ้าคะ พอดีว่า.. อิฉันอยากจะปรึกษาต่อ เรื่อง…เรื่องฤกษ์วันแต่งของพ่อหาญน่ะเจ้าคะ”
แสนฟังแล้วยิ้มดีใจ
“อ๋อ ฤกษ์แต่งพ่อหาญรึ อ้า ดีแล้วๆ ฝากท่านซินแสช่วยดูด้วยนะ”
แสนยิ้มอารมณ์ดีออกไป พวงแก้วโล่งใจ ซินแสเทียนมองแก้วรู้ทันทีว่ามีเรื่อง แก้วหันมาพูด
“ท่านซินแส เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าคะ”

ซินแสรับรู้เรื่องเดือนที่ได้เสียกับเมฆ ซินแสถอนหายใจอย่างคาดไม่ถึง ไม่อยากเชื่อ
“อั้ยหย่า นี่อั๊วดูดวงผิดพลาดไปหรือ”
“อาจจะไม่หรอกเจ้าคะ เพราะท่านบอกไว้ว่าดวงของนังเดือนนั้นหากรักษาตัวให้รอดจะได้ดิบได้ดีคู่ควรกับพ่อหาญ แต่นี่มันไม่รอดเอง เพราะว่ามันดันใฝ่ต่ำซะก่อน”
“หากการณ์เป็นเยี่ยงนี้ เราคงบอกท่านเจ้าสัวแสนไม่ได้”
“แล้วต่อไปเราจะทำเยี่ยงไรดีท่าน ท่านเจ้าสัวก็เร่งอยากรู้เสียเหลือเกิน”
“คงต้องหาคนใหม่ ต้องศึกษาฤกษ์ชะตาอีกที เอ…คืนนั้นที่เกิด มีนางทาสอีกคนใช่ไหม ชื่อ…”
“อ๋อนังดาวเจ้าค่ะ” เอื้อยว่า
“อ่อใช่นังดาวเอาเป็นว่าอั๊วจะไปตรวจดวงชะตาให้มั่นใจอีกที”
“ฝากท่านซินแสด้วยนะเจ้าคะ”

พวงแก้วโล่งใจ ซินแสเทียนคิดสงสัยไม่น่าพลาดได้

ดาวเข้ามาหาเดือน เห็นว่าเดือนกอดผ้าที่หาญให้อยู่ ดาวยื่นกรวยดอกไม้ให้

“ไปไหว้พระไหมเอ็งเผื่อจะได้สบายใจขึ้น”
เดือนน้ำตาเอ่อ ไม่คิดเลยว่า ในยามยากก็ยังมีดาวคอยเป็นเพื่อนให้สบายใจ
“เห็นกันมาแต่เล็ก จะให้ข้าซ้ำเติมเอ็งได้ลงคอหรือ”
เดือนซึ้งกอดดาว

เดือนอยู่กลางวัดเปลี่ยวๆเก่าๆแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นวัดร้างที่ดาวหลอกมา
“เอ็งรออยู่ที่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวข้าไปนิมนต์หลวงพ่อมารดน้ำมนต์ให้เอ็ง”
เดือนเสียใจเกินกว่าจะสังเกตอะไร นั่งรออยู่มุมหนึ่ง เอาผ้าที่หาญให้มาห่มเป็นผ้าคลุมไหล่
อีกมุมหนึ่ง บุหงาและเจียมปรากฎตัว ถามเมฆกับลูกน้องอีกคน
“เอ็งสองคนพร้อมนะ จัดการนังเดือนแล้วเอาไปส่งที่ๆที่ข้าบอก”
ดาวพยักหน้า
“เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”
ทุกคนเริ่มแผน

เดือนนั่งเสียใจ ครุ่นคิด นักเลงเข้ามาระราน เดือนปราดหนี ทันใดนั้น นักเลงจัดการต่อยท้องเดือนจนสลบ เมฆโผล่ออกมา เอาถุงผ้าสวมหัวเดือนแล้วแบกออกไป
อีกมุม บุหงา เจียม ดาวมองอยู่ ดาวประจบบุหงา
“ทีนี้พวกบ้านคุณแก้วก็ไม่มีทางเจริญแล้วสิเจ้าคะคุณบุหงา”
“เอ็งอย่ามาพูดดี ข้ารู้ ข้าไม่ได้โง่ ที่เอ็งทำแบบนี้เพราะเอ็งอยากได้คุณหาญจนตัวสั่น”
ดาวเงียบ ไม่ตอบ แต่เผลอยิ้มมุมปาก
“เอาเถอะๆ ตอนนี้เป็นทีของเอ็ง คิดทำการใหญ่ได้แล้ว”
“เจ้าคะ คุณบุหงา”
ดาวยิ้มร้าย บุหงาพึงพอใจอีดาวมาก

มั่นคุยกับหาญที่สีหน้าเครียด
“นายน้อยให้คนตามบ่าวออกมาพบ มีเรื่องสำคัญอะไรหรือเปล่าขอรับ”
“เรามีเรื่องกลุ้มใจ กลุ้มใจจนพูดกับใครไม่ได้”
“เรื่องกลุ้มของนายน้อยคงเป็นเรื่อง..นังเดือน ใช่ไหมขอรับ”
“เราเห็นพี่มั่นเหมือนพี่ชาย พี่มั่นรู้หรือเปล่าว่าเรารักแม่เดือนมากแค่ไหน”
มั่นอึ้ง คิดไปมาแป๊บเดียว ก็เข้าใจ
“บ่าวก็พอรู้ขอรับ บ่าวเห็นนายน้อยแอบแวะเวียนอยู่กับนังเดือนตลอด ก็พอจะเดาได้ ว่านายน้อยต้องชอบพอมัน …แต่.. ในเมื่อนังเดือนมันไม่มีวาสนากับนายน้อย ได้โปรดตัดใจเสียเถิดขอรับ ให้รักคนที่มีใจให้นายน้อยดีกว่า”
“ไม่มีหรอก คนมีใจให้เรา”
“มีสิขอรับ อย่างน้อยบ่าวก็เห็นอยู่คนนึง”
“ใครกัน”
“ก็.. แม่หญิงฟ้าหยาด”
หาญอึ้ง มั่นทำเป็นพูดดี แต่ความจริงตัวเองแอบชอบซะเอง

หยาดเซ็งอยู่ในโรงน้ำชา เล่นเพลงไม่เป็นจังหวะ แต่ลูกค้าหนุ่มๆก็ยังยิ้มบันเทิงใจ เว่ยชิงเห็นท่าไม่ดีกลัวลูกค้าเกิดเบื่อขึ้นมา
“อาฟ้าหยาด ลื้อตั้งใจหน่อย ตามองมือที่เล่น ลูกตาลื้อมองลอยๆอยู่นั่นแหละ”
“งั้นอาเว่ยก็เล่นเองไหมล่ะ”
“เอ๊ะ อีนี่”
เว่ยชิงอยากตีฟ้าหยาดนัก แต่กวาดตาเห็นลูกค้าจ้องอยู่เลยกลบเกลื่อนทำหน้ายิ้มเอาอกเอาใจ ฟ้าหยาดเห็นทำหน้าเบ้ สักพักแสนเดินเข้ามายืนมอง อ่ำยืนด้อมๆมองๆ เว่ยชิงช็อก!
“อ๊ายหย่า ซี้แล้วหว่า”
แสนยิ้มจ้องมาที่ฟ้าหยาด
“คุณพ่อ !”
เว่ยชิงตกใจ
“คุณพ่อ ! อาฟ้าหยาด อั้วได้ยินเอ็งเรียกท่านเจ้าสัวว่า พ่อ..!”
“ก็พ่อไง พ่อผัวฉันมา อาเว่ย ไปดูแลพ่อหน่อย”
“ไอ้หยะ งานนี้อั้วจะจัดการยังไงดีน๊า”
เว่ยชิงรีบวิ่งไปหาแสน ฟ้าหยาดเปลี่ยนเป็นโชว์ลีลาการเล่นแบบจัดเต็ม จบเพลง ทุกคนปรบมือกัน ฟ้าหยาดยืนขึ้นโชว์ตัวให้แสนเห็น ฟ้าหยาดพูดกับแสนโดยตรงเลย
“นายท่านพีงพอใจไหมเจ้าคะ”
แสนปรบมือ เว่ยชิงรีบขัด
“ก็งั้นๆแหละ ฝีมือนางอื่นในนี้ดีกว่าอีเยอะท่านเจ้าสัว อู้ย เมื่อวานอั๊วเพิ่งได้นางโลมชั้นดีมาใหม่ อยากจะมาแนะนำให้เจ้าสัวเชยชม ดีมั้ย”
“ไม่ เราขอแม่นางฟ้าหยาดขึ้นห้องตอนนี้เลย”
อ่ำพูดกับตัวเอง
“ท่านเจ้าสัวจะเอาแม่นางฟ้าหยาดขึ้นห้อง”
อ่ำแอบดูต่อ จากนั้นแสนเอาถุงเงินให้เว่ยชิง
“แต่…”
“อย่าปฎิเสธ ข้าเคยบอกแล้วมิใช่รึ หากข้ามาครานี้ ข้าต้องได้ตัวนาง”

แสนจ้องเอาเรื่อง เว่ยชิงหน้าแหย๋ ไม่รู้ทำไงดี หันไปมองฟ้าหยาดที่กลืนน้ำลายอึกๆอย่างเอาเรื่อง

เว่ยยชิงจับฟ้าหยาดเข้ามุม

“โปรยเสน่ห์จนได้เรื่องนะ อาฟ้าหยาด ลื้อจะทำยังไงฮ่ะ พ่อผัวของลื้อจะกินลื้อซะแล้ว”
เว่ยชิงเอาพัดตีฟ้าหยาด โป๊กๆๆ
“โอ๊ย ฉันเจ็บนะ นี่ ไม่ต้องตกอกตกใจหรอกน่าอาเว่ย ฉันมีวิธีก็ละกัน”
ฟ้าหยาดกระซิบข้างหู เว่ยชิงพยักหน้ารับ

แสนมองนางโลมนางหนึ่งที่อยู่ข้างตัวอย่างไม่ค่อยพึงใจ
“ทำไมเจ้าไม่รินเหล้าให้ข้ากับมือเล่า แม่หนูฟ้าหยาด”
ฟ้าหยาดนั่งห่างแสนออกไปอย่างไว้ตัว โดยมีนางโลมนางนั้นคั่นกลาง
“เป็นธรรมเนียมส่วนตัวฟ้าหยาดเจ้าค่ะ จะเจรจาพาทีกับผู้ใดสมควรมีทนายหน้าหอช่วยสังเกตสังกา”
“หล่อนไม่ไว้ใจข้ารึ ข้ารับรองจะให้ความสุขหล่อนอย่างดี”
แสนจะเข้าหา ฟ้าหยาดดันนางโลมไว้ป้องกันตัว เว่ยชิงพอใจท่าทีฟ้าหยาด รีบเข้ามาช่วยอีกแรง
“ท่านเจ้าสัวอย่าเพิ่งใจร้อนเจ้าค่ะ”
“อาเว่ย หมูจะหามลื้อเข้ามาสอดทำไม”
อ่ำหัวเราะหึๆ แสนหันขวับ
“ไอ้อ่ำ มึงก็มาสอดรู้ด้วยเรอะ”
“จะให้บ่าวไปอยู่ที่ไหนเล่าขอรับ” อ่ำถาม
“ข้าจะขึ้นสวรรค์ เอ็งจะไปลงนรกทีไหนก็ไป”
อ่ำพยักหน้า จะรีบออกไป เว่ยชิงแอบส่ายหน้ากับอ่ำ
“เอ็งไม่ต้องไป รออยู่แถวนี้ ไม่อยากดูของดีรึ”
อ่ำเบิกตา น่าสนุก ทำเป็นเดินห่างจากเจ้าสัวแสนไปยืนอยู่ข้างหลัง เว่ยชิงรีบเอาใจแสน
“ท่านเจ้าสัวเจ้าคะ…อั๊วอยากจะช่วยอุ่นเครื่ององค์ทรงรักให้ท่านเจ้าสัวก่อน จะได้มีแรงกระปรี้กระเปร่า นังเหมย…นวดท่านเจ้าสัวสิ”
นางโลมรีบนวดให้แสน แสนไม่รู้สึกอะไร สายตาจ้องแต่ฟ้าหยาด
เว่ยชิงหน้าซีด เหงื่อตก กลัวฟ้าหยาดจะเสร็จแสน ฝ่ายฟ้าหยาดขยิบตาให้เว่ยชิงว่า ไม่ต้องกังวล
อ่ำผิดสังเกต …สองคนนี้ยังไงกันหนอ
“ท่านเจ้าสัวเจ้าคะ ก่อนที่ท่านจะสำราญ ฟ้าหยาดอยากให้ท่านชิมน้ำจัณฑ์สูตรพิเศษ ฟ้าหยาดหมักเองกับมือเจ้าค่ะ”
ฟ้าหยาดหยิบขวดน้ำจัณฑ์กระเบื้องเล็กๆ ฟ้าหยาดแอบขยิบตากับเว่ยชิง

ย้อนอดีตไปก่อนหน้านี้ ฟ้าหยาดให้เว่ยชิงดูซองยาผงสีนวล ที่เธอเทยาผงใส่ในขวดน้ำจัณฑ์กระเบื้องขวดเล็กๆ
“นี่ไง ยานอนหลับ สกัดจากสมุนไพรหลายชนิด ฉันใช้มอมลูกค้าสำเร็จมาหลายรายแล้ว”
“ลื้อรักษาตัวรอดไม่เสียทีลูกค้าแบบนี้นี่เอง”
“ใช่สิ ถึงฉันจะเป็นนางโลม แต่ฉันก็อยากสงวนความสาวไว้ให้คนที่ฉันรัก…อย่างเจ้าสัวแสน ฉันก็ไม่ยอมเด็ดขาด ฉันจะรอคุณหาญคนเดียว”
” โอ๊ย อย่าพูด อั๊วจะอ้วก…ไปๆ รีบจัดการเจ้าสัวแสน ลื้ออย่ามีอะไรกับเจ้าสัวเด็ดขาด”
“เชื่อมือฉันเถอะน่า”
ฟ้าหยาดเขย่าขวดน้ำจัณฑ์

ฟ้าหยาดเทน้ำจัณฑ์ลงจอก
“ชิมนะเจ้าคะ”
“เจ้าป้อนข้าสิ”
“แหม….จะชิมรสสวาทใยจะรีบร้อนโหมไฟ ค่อยๆจุด เดี๋ยวก็ติดเจ้าค่ะ”
“มา…งั้นอั๊วป้อนเองเจ้าค่ะท่านเจ้าสัว” เว่ยชิงบอก
“ไปห่างๆเลยเจ๊เว่ย หล่อนป้อนข้าหมดอารมณ์พอดี”
แสนหัวเราะหึๆ เว่ยชิงทำผสมโรงหัวเราะขำไปด้วย แสนรีบยกน้ำจัณฑ์ขึ้นซด ฟ้าหยาดปรบมือเปาะแปะ
“ชื่นใจฟ้าหยาดมากเลยเจ้าค่ะ แต่จะชื่นใจกว่านี้ หากว่าท่านเจ้าสัวจะดื่มจนหมด”
ฟ้าหยาดเลื่อนขวดน้ำจัณฑ์ แสนไม่รอช้ารีบยกดื่มทั้งขวดหวังจะเอาใจฟ้าหยาด”
แสนดื่มหมดขวด ปาดน้ำจัณฑ์ที่ติดขอบปาก
“เอิ้กก…ข้าอุ่นเครื่องได้ที่แล้ว พวกเจ้าสองคนออกไป เจ๊เว่ย นังเหมย”
สายตาแสนมองฟ้าหยาดพร่าเลือนมากขึ้นๆ
“โอย นี่ข้าเป็นอะไร”
“โห ท่านเจ้าสัวของขึ้นแล้วรึขอรับ”
แสนเริ่มอ้อแอ้
“อ้ายอ่ำ…เอ็งยังไม่ไปอีกรึ…โอย ข้าเป็นอะไร”
แสนลุกขึ้นจะโผเข้าหาฟ้าหยาด แต่เดินโงนเงน
“ท่านเจ้าสัวขอรับ”
“หนูฟ้าหยาด”
แสนโผหา ฟ้าหยาดดึงอ่ำมากันทันที
“ทะ…ท่านเจ้าสัว”
“ฟ้าหยาด”
อ่ำตกใจร้องลั่น
“ทะ..ท่านขอรับ บ่าวไม่ใฝ่ทางนี้ บ่าวไม่ยอม บ่าวยังพิศวาสสตรีเพศ อ๊าก”
เว่ยชิงเคาะพัดใส่หัวอ่ำให้เลิกปิดตาตกใจ
“ไอ้อ่ำ หยุดแตกตื่นเป็นหมาโดนน้ำร้อนได้แล้ว นายลื้อหลับไปแล้ว”
อ่ำลืมตามอง แสนหมดสติตัวพิงอ่ำอยู่
“อ้าว ท่านเจ้าสัว…ไหงเป็นงี้”
“รีบพานายเอ็งกลับไปเลยนะ แต่ถ้าไม่ไหว จะนอนอยู่นี่ก็ตามใจ ฉันยกห้องให้ชั่วคราว….ไปเถอะอาเว่ย ลูกค้าหลับแล้ว ทำอะไรไม่ได้ ข้าไปรับแขกรายอื่นต่อล่ะ”
ฟ้าหยาดสะบัดเชิบออกไป เว่ยชิงโล่งใจ รีบตามไปพร้อมกับนางโลม
อ่ำประคองแสนไปนอน ปลุกยังไงก็ไม่ตื่น

“ท่านเจ้าสัว…ท่านเจ้าสัว เอ๊า ทำไมหลับนกไปหยั่งงี้ว๊า เหล้ามันแรงหรือไงนะ”

ดาววิ่งโวยวายเข้ามาที่เรือนครัว ร้องไห้ เล่นละครตบตากับทุกคน

“แย่แล้ว แย่แล้ว น้าชื่น น้าเอื้อย”
“เป็นอะไรของเอ็งนังดาว มีเรื่องอะไรอีกล่ะ” เอื้อยถาม
“เมื่อตอนสายข้าชวนนังเดือนไปไหว้พระที่วัด เห็นนังเดือนมันบ่นว่าไม่สบายใจ พอถึงกุฎิ นังเดือนมันก็บอกให้ข้า ออกไปหาดอกไม้ไหว้พระให้มันหน่อย พอกลับมาข้าก็ไม่เห็นมันแล้ว”
“เอ็งพลัดกันมันรึเปล่า มันอาจอยู่แถวนั้นอยู่ก็ได้” มั่นว่า
“ข้าหาจนทั่ว หาตลอดทางกลับก็ไม่เห็นมัน หรือว่า..อีเดือนมันจะหนีไป”
ทุกคนโพล่ง “อีเดือนหนี”
“ใช่ เพราะมันบ่นอยู่ว่าไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว เกลียดคนที่นี่ที่ขวางความรักของมัน”
“ความรักมันกับไอ้เมฆรึ” เอื้อยถาม
ชื่นเสียใจ
“ถ้ามันอยากหนีก็ให้มันไป ถ้ามันไม่รักดีก็ปล่อยมัน”
“อย่าเพิ่งมั่นใจว่าอีเดือนมันจะคิดหนีเลยนังชื่น” เอื้อยว่า
“ใช่จ๊ะ ทาสอย่างพวกเราใช่ว่าจะหนีกันง่ายๆนะ ข้าว่าออกตามหานังเดือนมันก่อนดีกว่า” มั่นบอก
“ใช่ จริงๆด้วย เราออกตามหานังเดือนกัน”
ทุกคนออกกันไป ดาวยิ้มร้าย ชื่นเสียใจ

มุมหนึ่งในเรือนใหญ่ หาญกำลังเล่าเรื่องเดือนให้กล้าฟัง กล้าทำหน้าตกใจปลอบหาญ เอื้อยรีบคลานเข้ามารายงานกระซิบบอกพวงแก้ว
“นังเดือนหนีรึ”
สองพี่น้องได้ยินตกใจ หาญเดินเข้ามา
“แม่เอื้อย เกิดอะไรขึ้นกับแม่เดือน”
“คือ บ่าวก็ยังไม่แน่ใจเจ้าคะ แต่ที่รู้ๆมา ก็รู้ว่านังเดือนหายไป ยังตามหากันไม่เจอเลยเจ้าคะ”
“คนใฝ่ต่ำอย่างนังเดือน หากมันหนีไป นั่นก็ยืนยันแล้วว่ามันไม่ใช่คู่หนุนนำพ่อหาญลูกแม่”
“อะไรนะขอรับ หญิงที่เป็นคู่หนุนนำดวงชะตากระผม คือ..แม่เดือน”
พวงแก้วไม่ตอบ ได้แต่ถอนใจ
“คุณแม่ นี่นังเดือนมันเป็นคู่ชะตาน้องหาญรึขอรับW
“ฮึ ตอนนั้นน่ะใช่ แต่ตอนนี้ ไม่ใช่แล้ว ท่านซินแสกำลังกลับไปตรวจดวงชะตาใหม่เพราะคู่ชะตาลูกหาญต้องไม่ใช่ผู้หญิงใฝ่ต่ำอย่างมัน”
หาญรีบออกไป ไม่อยากจะเชื่อ ที่แท้หญิงที่เป็นคู่ชีวิตคือคนที่เขารัก แต่นางก็ได้ทำร้ายจิตใจเขาไปซะแล้ว
“อ้าว พ่อหาญ พ่อหาญ”
พวงแก้วงง กล้าเข้าใจเป็นห่วงความรู้สึกหาญ

ตอนกลางคืน เหล่าทาสถือคบไฟกระจายกันหาเดือน หาญวิ่งออกมาหาเดือน ถามเหล่าทาส ทุกคนส่ายหัว มั่นเข้ามาหาหาญ
“พี่มั่น แม่เดือนหนีไปแล้วจริงรึ”
“บ่าวตามหาจนทั่ว ไม่เห็นมันเลยขอรับ บ่าวไปค้นที่เรือนมัน นังเดือนก็ไม่ได้เก็บผ้าผ่อนมันไปด้วยเลย”
“ถ้าจะหนี คงไม่ทำให้ใครสงสัย”
“อ๋อ จะมีก็แต่ผ้าที่คุณหาญให้มัน ไม่ได้อยู่ที่เรือนเลย นังเดือนมันอาจเอาติดตัวไปด้วย”
“ผ้านั่น ป่านนี้ แม่เดือนคงเอาทิ้งไปแล้ว ช่างเถอะพี่มั่น นางคงอยากมีอิสระ พอนางรู้ว่าต้องเป็นคู่ชะตาเรา นางก็นอนกับไอ้เมฆได้ นับประสาอะไรกับเรื่องหนีไปเฉยๆล่ะ”
หาญเดินกลับไป มั่นกลุ้มใจคิดถึงเดือน
“นังเดือนนะ นังเดือน ตอนนี้เอ็งอยู่ไหนว่ะ”

ภายในซ่องชั้นต่ำ มีแค่ฉากผ้ากั้นระหว่างห้อง แต่ละห้องมีเด็กซ่องกำลังปรนเปรอแขก เดือนถูกคลุมหัวลากมาพร้อมลูกน้อง
ลูกน้องโยนเดือนลงพื้น เอาผ้าคลุมหัวออก แม่เล้าดูหน้าเดือน
“สวยนะมึง หน้าตาแบบนี้ ขายคงได้หลาย พวกเอ็งจับนังนี่เอาไปขายตัวเลย”
“ไม่ๆ ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ปล่อยฉันนะ ปล่อย”
“กูซื้อมึงมาแล้ว มึงต้องทำงานให้กู ถอดผ้ามัน”
ลูกน้องท่าทางหื่นเข้ามาจับตัวเดือน เดือนอาละวาดถีบของ ข่วนลูกน้อง หลุดมาข่วนหน้าแม่เล้าอีก แม่เล้าโกรธลากเดือนไป
“อีนี่ สะดิ้งนักใช่ไหม ต้องโดนนวดก่อนถึงจะยอมโดนนาบนะมึง … มัดมันไว้”
ลูกน้องจับเดือนมัดข้อมือ เ แม่เล้าใช้หวายเฆี่ยนหลัง แล้วเอาน้ำเกลือราด

“มึงทนได้ทนไป ถ้ามึงไม่อยากทรมาน มึงต้องขายตัว”   อ่านต่อ ชิงรักหักสวาทตอนที่ 13

 

 

 

ขอขอบคุณบทละครออนไลน์จาก http://www.manager.co.th/

 

 บทละครชิงรักหักสวาท, ละครชิงรักหักสวาท, อ่านละครออนไลน์, อ่านละครออนไลน์ ชิงรักหักสวาท, อ่านชิงรักหักสวาทออนไลน์, ชิงรักหักสวาท, ชิงรักหักสวาทย้อนหลัง, ชิงรักหักสวาทออนไลน์

 

 

คลิปย้อนหลังชิงรักหักสวาททุกตอน

 


สตช.เผยเก็บ DNA ไอ้โรคจิตข่มขืนแม่เฒ่าแล้ว

สตช.เก็บ DNA โรคจิตขืนใจแม่เฒ่า จับผู้ต้องสงสัยได้ 1

26 ม.ค. 58 14.31 น. | |

โฆษก สตช. เผย คืบหน้า คนร้ายข่มขืนแม่เฒ่า 71 ปี เก็บตัวอย่างอสุจิตรวจดีเอ็นเอ ล่าสุด ตร.นครชัยศรี จับผู้ต้องสงสัยได้ 1

สตช.เก็บ DNA โรคจิตขืนใจแม่เฒ่า จับผู้ต้องสงสัยได้ 1

โฆษก สตช. เผย คืบหน้า คนร้ายข่มขืนแม่เฒ่า 71 ปี เก็บตัวอย่างอสุจิตรวจดีเอ็นเอ ล่าสุด ตร.นครชัยศรี จับผู้ต้องสงสัยได้ 1

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกข่มขืนหญิงชรา อายุ 71 ปี ที่ ต.ลานตากฟ้า อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เมื่อกลางดึกวันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมาว่า

ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเก็บตัวอย่างคราบอสุจิที่พบในที่เกิดเหตุมาตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจแล้ว ซึ่งจะทราบผลชัดเจนในช่วงเย็นวันนี้ จะเป็นคนร้ายคนเดียวกับที่ก่อเหตุข่มขืน 9 ราย ก่อนหน้านี้หรือไม่

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นครชัยศรี ได้ทำการจับผู้ต้องสงสัยไว้ได้แล้ว 1 ราย มีลักษณะคล้ายกับผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุ อายุประมาณ 30 ปี สูง 170 ปี ร่างกายกำยำ อีกทั้งยังพบมีดอีโต้พกติดตัว 1 เล่ม ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนอย่างหนัก แต่ยังไม่แน่ชัดว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้จะเป็นคนร้ายหรือไม่

พร้อมกันนี้โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังได้เตือนไปยังประชาชนที่มีผู้สูงอายุอยู่ในบ้านและบ้านติดริมแม่น้ำหรือริมครองให้ติดอุปกรณ์เตือนภัยหรืออุปกรณ์ป้องกันหากเกิดเหตุสามารถช่วยได้ทันท่วงที

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

เจอสิ่งพวกนี้ในห้องน้ำ คุณทำไง??

Dead or Alive 5: Last Round เพิ่ม Honoka นักสู้ตัวใหม่

15 ม.ค. 58 13.28 น. | เปิดอ่าน 247 | ความคิดเห็น

3/1

Dead or Alive 5: Last Round เพิ่ม Honoka นักสู้ตัวใหม่

Dead or Alive 5: Last Round

อีกเดือนเดียวเท่านั้น Dead or Alive 5: Last Round ก็จะเปิดฉากการต่อสู้ขึ้น และชาว PC ก็จะได้สัมผัสเกมนี้ใน Steam เป็นครั้งแรกด้วย โดย Dead or Alive 5: Last Round เป็นภาคเสริมของ Dead or Alive 5 ตัวที่สอง นอกจากตัวละคร ฉากและชุดคอสทูมใหม่ๆที่เพิ่มมาจากภาค Ultimate แล้ว ก็ยังมีสองตัวละครใหม่ด้วย ตัวแรกก็คือ Raidou จาก DOA ภาคแรก และตัวที่สองที่เพิ่งเปิดเผยก็คือ Honoka นักสู้สาวน้อยในชุดนักเรียน

Honokaเหมือนเป็นนักเรียนหญิงธรรมดา ที่คุณยายผู้ใจดีเลี้ยงดูเธอมา เธอจึงมีนิสัยใจดีและอ่อนโยนตามไปด้วย แต่เธอมีพลังลึกลับอะไรบางอย่างอยู่ในตัว คือเมื่อเธอเห็นการต่อสู้หรือว่าต้องต่อสู้ เธอจะรู้สึกตื่นเต้นและมีพลังต่อสู้ลึกลับพุ่งขึ้นมา เธอสามารถเลียนแบบสไตล์การต่อสู้ของคู่ต่อสู้ และดัดแปลงจนเป็นท่าเฉพาะตัวเรียกว่า "Honoka Fu" แม้ว่าร่างกายของเธอจะมีเรี่ยวแรงเหมือนเด็กนักเรียนทั่วไป แต่เมื่อเธอตั้งท่าต่อสู้ Hissatsu-no-Kamae แล้วก็จะมีพลังต่อสู้มากขึ้น แถมยังมีเทคนิคการต่อสู้ที่ไม่แพ้นักสู้มืออาชีพเลย

Dead or Alive 5: Last Round

พบกับ Dead or Alive 5: Last Round ได้ทั้งใน PlayStation 4, Xbox One, PlayStation 3, Xbox 360 และ PC (Steam) ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2015

 

Source:

https://www.youtube.com/watch?v=sMq26KsiTPM